หลังจากการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ในกรุงปารีส แต่ยังลุกลามไปในเมืองต่างๆ ในประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นลียง ตูลูส มาร์กเซย นีซ โดยเฉพาะในจุดสำคัญที่กลายเป็นภาพที่เผยแพร่ไปทั่วโลก คือการจุดไฟเผาอาคารศาลาว่าการเมืองลีมอฌ ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่าร้อยปี ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นอกจากนี้ การประท้วงดังกล่าวยังได้ลุกลามไปในอีกหลายๆ ประเทศในยุโรป เช่น อิตาลี เบลเยียม สเปน แอลเบเนีย เป็นต้น
การประท้วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วที่โรงเรียนมัธยมปลายในย่านชานเมืองทางตอนเหนือที่ยากจนของกรุงปารีส โดยมีความคับข้องใจเรื่องครูไม่พอและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทรุดโทรม ก่อนจะลุกลามกลายเป็นการเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้น ซึ่งมุ่งประเด็นไปที่ความเหลื่อมล้ำ การใช้จ่ายภาครัฐ และมาตรฐานการครองชีพ โดยหลังจากนั้นก็ได้มีกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาประท้วงเพิ่มเติม และบางส่วนก็ได้ใช้ความรุนแรง โดยทุบทำลายร้านค้า เผารถยนต์ ทำลายทรัพย์สิน ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์จะลดระดับความรุนแรงลงแล้ว แต่แน่นอนว่ายังทิ้งร่องรอยความเสียหายให้กับร้านค้า ธุรกิจ อาคารบ้านเรือน และพื้นที่สาธารรณะต่างๆ
โดยหนึ่งในภาพเหตุการณ์การประท้วงในกรุงปารีสที่เผยแพร่ออกมาผ่านสื่อ ก็มีอีกหนึ่งพื้นที่ที่นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสด้วยเช่น กัน นั่นคือ "จัตุรัสแห่งสาธารณรัฐ" หรือ Place de la République
"จัตุรัสแห่งสาธารณรัฐ" (Place de la République) เป็นจัตุรัสใหญ่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างเขตปกครองที่ 3, 10 และ 11 มีขนาดพื้นที่จัตุรัสประมาณ 3.4 เฮกตาร์ (หรือราว 33,000 ตารางเมตร) ขนาดความยาว 283 เมตร และกว้าง 119 เมตร โดยที่นี่เป็นจุดศูนย์รวมในการจัดกิจกรรมทางสังคม การแสดงออกทางการเมือง และการชุมนุมประท้วงสำคัญต่างๆ ของชาวปารีสมาอย่างยาวนาน
เดิมทีจัตุรัสนี้มีชื่อว่า Place du Château d'Eau ซึ่งตั้งชื่อตามน้ำพุขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดย ปิแอร์-ซิมง จิราร์ด ส่วนรูปแบบของจัตุรัสในปัจจุบันเป็นผลงานของบารอน ออสมานน์ (Baron Haussmann) สถาปนิกผังเมือง ผู้ดำเนินการปรับปรุงกรุงปารีสครั้งใหญ่ในช่วงยุคจักรวรรดิที่ 2 (ราวปีค.ศ. 1852-1870) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างแนวแกนถนนขนาดใหญ่ที่เป็นเส้นตรงขึ้นมา และสำหรับชื่อ "Place de la République" หรือจัตุรัสแห่งสาธารณรัฐ ก็ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่สาธารณรัฐที่สาม (ค.ศ. 1871–1940) ที่เพิ่งได้รับการประกาศสถาปนาขึ้นในขณะนั้น
บริเวณใจกลางจัตุรัสเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สำริดขนาดใหญ่รูป “มาริอานน์” (Marianne) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสูง 9.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานหินสูง 15 เมตร (รวมความสูงทั้งหมดประมาณ 24.5 - 25 เมตร) เป็นผลงานการปั้นของสองพี่น้อง เลโอโปลด์ และ ชาร์ลส์ โมริซ (Léopold and Charles Morice) ซึ่งถูกนำมาติดตั้งไว้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1883 (ตรงกับวันชาติฝรั่งเศส) โดยรูปปั้นนี้แสดงภาพของมาริอานน์ในท่าที่มือขวาถือช่อกิ่งมะกอก ส่วนมือซ้ายถือแผ่นจารึกปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง รอบฐานอนุสาวรีย์มีรูปปั้นหินและสำริดที่สื่อถึงคำขวัญแห่งชาติฝรั่งเศส คือ เสรีภาพ (Liberté), เสมอภาค (Égalité) และ ภราดรภาพ (Fraternité) รวมถึงรูปปั้นสิงโตสำริดที่เท้าแตะหีบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งสื่อถึงสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง
สำหรับพื้นที่โดยรอบจัตุรัสนั้นได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ จากแนวคิดของสภานครปารีส เมื่อปี ค.ศ.2008 ที่ได้ผลักดันนโยบายทวงคืนทางเท้าให้ประชาชนด้วยแนวคิดที่ว่า พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน จึงได้มีการปรับปรุงถนนฝั่งเหนือที่เคยเป็นทางเดินรถจึงถูกเปลี่ยนเป็นลานคนเดินที่สวยงามและเป็นมิตรกับชาวเมืองยิ่งขึ้น มีความร่มรื่นและไม่ต้องถูกล้อมด้วยท่อไอเสียจากรถยนต์อีกต่อไป โดยได้เปิดใช้จัตุรัสที่ปรับปรุงใหม่นี้ในปี ค.ศ.2013
"จัตุรัสแห่งสาธารณรัฐ" เป็นพื้นที่สำคัญในการแสดงออกทางการเมืองและกิจกรรมสังคมอยู่บ่อยครั้ง ผ่านการประท้วงและการชุมนุมครั้งใหญ่มาหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวเพื่อไว้อาลัยและต่อต้านภัยคุกคามหลังจากการโจมตีปารีสในเดือน พ.ย. 2015 การต่อต้านกฎหมายการปฏิรูปแรงงาน ในปี 2016 เป็นต้น
และล่าสุด ในเดือน ต.ค. 2026 มีการชุมนุมเรียกร้องใน 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มนักเรียนมัธยม-จากปัญหาขาดแคลนบุคลากรครูและสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม กลุ่มสหภาพแรงงาน-เรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ และคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดหรือแผนการตัดลดงบประมาณบริการสาธารณะ และ กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง-กลับมารวมตัวเพื่อขับไล่ประธานาธิบดี เอ็มมานุเอล มาครง และเรียกร้องให้ลดค่าครองชีพและค่าน้ำมัน มีไฮไลต์สำคัญคือการนำเสื้อกั๊กสีเหลืองขนาดยักษ์ขึ้นไปคลุมรูปปั้นมาริอานน์ (Marianne) สัญลักษณ์แห่งสาธารณรัฐกลางจัตุรัส มีการเขียนข้อความระบุว่า “ปี 2026 ตำรวจทำให้เยาวชนระดับมัธยมพิการ” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มนักเรียนมัธยมที่ออกมาชุมนุมก่อนหน้านี้ (โดย กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง เคยมีการประท้วงใหญ่ในปี 2018 เรื่องคัดค้านการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล ก่อนจะบานปลายเป็นการประท้วงเรื่องค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำในวงกว้าง โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวสงบลงหลังจากที่ประธานาธิบดีมาครงประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีมูลค่าหลายพันล้านยูโร)
ในการชุมนุมครั้งนี้บริเวณจัตุรัสแห่งสาธารณรัฐ มีการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยและการปิดสถานีรถไฟใต้ดินชั่วคราวบางส่วน
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


