“...การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดงและผู้จัดแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจ อย่างสุดกำลัง ทำให้โขนออกมาสนุก ตื่นเต้นและสวยงาม มีฉากที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ เป็นที่ประทับใจคนดู เช่น ฉากอนุมานอมพลับพลา เป็นต้น
ทุกครั้งที่จัดการแสดงโขน คณะกรรมการจะคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ มาเป็นผู้แสดงร่วมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาฝึกฝน ศิลปะการแสดงชั้นยอดของไทยจากปรมาจารย์โดยตรง เมืองไทยจะได้มีนักแสดงฝีมือดี สืบทอดวิชาต่อไป
ขณะเดียวกันก็มีการจัดสร้างเครื่องแต่งกายและฉากใหม่ ๆ ทำให้ได้ช่างฝีมือหลายประเภท ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมทั้งวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้อง และผู้พากย์บทด้วย ขณะนี้จึงพอมีความหวังแล้วว่า โขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชิ้นเอกของไทยคงไม่สูญหายไป...”
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทาน แก่คณะบุคคลที่มาเข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554
“โขน” เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่รวมศาสตร์และศิลปะหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม
โขนไทยมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเคยได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนที่เมื่อราวร้อยปีที่แล้วจะค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลง จนอยู่ในสภาวะลมหายใจรวยริน
โขนไทยใต้พระบารมี พระพันปีหลวง
ปี พ.ศ. 2546 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปริวิตกว่าในอนาคต ศิลปะการแสดงโขนจะซบเซาลงด้วยขาดผู้ผลิตและผู้ชม จึงนำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ว่า “ไม่มีใครดูแม่จะดูเอง” อันนำไปสู่การจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งตามภูมิภาคต่าง ๆ
นอกจากนี้สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงอุปถัมภ์และพระราชทานทุนทรัพย์สนับสนุนการศึกษาพัฒนาเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าโขน ให้เหมาะสมกับแบบแผนโบราณ ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระราชหฤทัยใส่ทุกมิติ มีพระราชเสาวนีย์ให้รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญและศิลปินหลายท่าน ศึกษาค้นคว้าศาสตร์และศิลป์ที่เป็นภูมิปัญญาของการจัดแสดงโขน
จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” จัดการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปีขึ้นในปี 2550 ชื่อชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
จากนั้นสมเด็จพระพันปีหลวง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดแสดง “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายในชื่อ “โขนพระราชทาน” ที่มีการแสดงมาจนถึงทุกวันนี้
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีต่อโขนนาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย ทรงทำให้โขนไทยได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2561 ให้เป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ” ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน นับเป็นการธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน จัดแสดงนาฏกรรมโขนไทยงามวิจิตร
สำหรับหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่อง “โขน” ชั้นเยี่ยมของเมืองไทย ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราว ความเป็นมาเกี่ยวกับโขนพระราชทานใต้พระบารมีสมเด็จพระพันปีหลวงก็คือ “อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน” ที่ตั้งอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องนาฏกรรมโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ภายในจัดแสดงผลงานศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้เรื่องโขน งานศิลปกรรมและประณีตศิลป์ที่ใช้ประกอบการแสดงโขน อาทิหัวโขน พัสตราภรณ์หรือเครื่องแต่งกายโขน ถนิมพิมพาภรณ์หรือเครื่องประดับตกแต่ง อย่างเช่น กำไล สร้อย ทับทรวง และ “ผ้ายกเนินธัมมัง” ผ้าไหมยกทองเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นการทอยกลวดลายให้เด่นชัดขึ้นด้วยฝีมืออันประณีตสวยงาม เป็นต้น
ภายในอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ยังมีไฮไลต์ห้ามพลาด คือ เครื่องประกอบฉาก และฉากต่าง ๆ ที่ใช้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตั้งแต่การจัดแสดงครั้งแรก ในชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” (ปี 2550) ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เรียกได้ว่าฉากของการแสดงโขนพระราชทานอันงดงามวิจิตรตระการตา ไม่ได้ถูกทิ้งไปไหน แต่ถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่ ซึ่งถือเป็นแหล่งจัดแสดงฉากโขนที่มากที่สุดและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยฉากส่วนหนึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนไว้สำหรับใช้ในการแสดงครั้งต่อไป
ฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นการผสมผสานงานศิลปกรรม 3 แขนงหลัก คือ จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ออกมาอย่างวิจิตรตระการตาด้วยฝีมือของ อาจารย์ “สุดสาคร ชายเสม” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2566 (ประณีตศิลป์ - เครื่องประกอบฉาก) กับทีมงานและลูกศิษย์
หลายฉากสามารถเคลื่อนไหว ส่องแสง หรือสร้างเซอร์ไพร์สให้กับผู้ชมได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็น ฉากเรือสำเภาหลวงลงกา เป็นลักษณะของเรือมาร ใบเป็นรูปหน้าอสูรในวงกลม, ฉากนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร ตอนสืบมรรคา, ฉากหนุมานอมพลับพลา ตอนศึกมัยราพณ์ ฉากหนุมานเนรมิตกาย ตอนสืบมรรคา และฉากท้องพระโรงกรุงลงกา ที่ใช้ในการแสดงหลายตอน
นอกจากนี้ที่ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ยังมีประติมากรรม “นารายณ์ทรงสุบรรณ” อันสุดวิจิตร ผลงานการสร้างสรรค์ของ อ.สุดสาคร ซึ่งท่านได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดลายเส้นพระราชลัญจกร “พระครุฑพ่าห์” จากฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
รวมถึงมีการสาธิตการทำหัวโขน การทำกระดาษข่อย การฝึกซ้อมโขนของเหล่านักแสดง และการแสดงโขนเนื่องในโอกาสพิเศษในเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบชมโขน หรืองานศิลปวัฒนธรรมไทย อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ถือเป็นพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับโขนชั้นเยี่ยมของเมืองไทย โดยเฉพาะฉากการแสดงโขนพระราชทานในตอนต่าง ๆ นั้น บอกได้เลยว่าสุดยอดมาก ๆ หลาย ๆ ฉาก ถือเป็นตำนานที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เคยชม และผู้เยี่ยมชมที่อาคารแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
########################
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ตั้งอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดวันพุธ-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์และอังคาร) เวลา 09.30-16.00 น. ค่าเข้าชม ประชาชนทั่วไป 150 บาท, เด็กส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. ฟรี, นักเรียน นักศึกษา 75 บาท, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 75 บาท, พระสงฆ์ บุคคลทุพพลภาพ ฟรี
ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน โทร. 0 3535 2991 (พุธ-อาทิตย์ 9.30 - 15.30 น.), 0 3535 2990 (จันทร์-ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.) หรือ FB อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน All about Khon


