xs
xsm
sm
md
lg

“พระธาตุเมืองนคร” : พระธาตุทองคำ-พระธาตุไร้เงา หัวใจสำคัญของมรดกโลก “วัดพระมหาธาตุ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ปิ่น บุตรี


เกิดมาชาติหนึ่ง ต้องได้กราบ พระธาตุเมืองนคร (ลิขสิทธิ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.))
“เกิดมาชาติหนึ่ง ต้องได้กราบ พระธาตุเมืองนคร”

เป็นคำกล่าวที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและพลังศรัทธาที่ชาวพุทธมีต่อองค์ “พระธาตุเมืองนคร” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช มรดกโลกแห่งใหม่ของเมืองไทย

วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ถือเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของเมืองไทย และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้

วัดพระมหาธาตุ มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ (ภาพ : ททท.)
วัดพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตกําแพงเมืองโบราณ มีถนนราชดําเนินผ่านหน้าวัด

สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดพระมหาธาตุไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ปรากฏแน่ชัด แต่มีตำนานระบุว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกพร้อม ๆ กับ องค์ “พระมหาธาตุเจดีย์” หรือ “พระธาตุเมืองนคร” หรือ “พระบรมธาตุเมืองนคร” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและศูนย์รวมศรัทธาของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้

พระธาตุเมืองนคร หัวใจสำคัญของมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้


พระธาตุเมืองนคร หัวใจสำคัญของมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ
พระธาตุเมืองนคร นอกจากจะเป็นเป็นเจดีย์ที่สำคัญยิ่งของเมืองไทยแล้ว ยังเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และเป็นเจดีย์ “ทรงระฆัง” หรือ “ทรงลังกา” ที่มีขนาดใหญ่องค์แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตามตำนานกล่าวว่า พระธาตุเมืองนครสร้างขึ้นครั้งแรกประมาณ ปี พ.ศ. 854 ภายในบรรจุ “พระทันตธาตุ” หรือ ส่วนฟันของพระพุทธเจ้า ซึ่งในอดีตบริเวณที่สร้างวัดพระมหาธาตุ และองค์พระธาตุเมืองนคร มีลักษณะเป็นสันทรายทอดยาวในแนวเหนือ-ใต้ เรียกว่า “หาดทรายแก้ว”

โนราห์รำฉลอง วัดพระมหาธาตุเป็นมรดกโลก
สันนิษฐานว่าพระธาตุเมืองนครองค์แรกเริ่มนั้น เป็นศิลปะแบบศรีวิชัย ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามีลักษณะคล้ายองค์พระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จากนั้นในปี พ.ศ. 1093 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์เมืองนครศรีธรรมราช โปรดฯให้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมกับสร้างเจดีย์องค์ใหม่ทรงสาญจีครอบพระบรมธาตุองค์เดิม

ต่อมาในปี พ.ศ. 1770 มีพระภิกษุจากลังกามาบูรณะองค์พระบรมธาตุให้เป็นแบบทรงลังกาหรือทรงโอคว่ำดังที่เห็นในปัจจุบัน

พระธาตุเมืองนคร หัวใจสำคัญของมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ (ภาพ : ททท.)
พระธาตุเมืองนคร ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญยิ่งของภาคใต้ และของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งไม่เฉพาะแค่ชาวไทยเท่านั้น หากแต่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และชาติอื่น ๆ ที่นิยมเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง

พระธาตุทองคำ


พระธาตุเมืองนคร (ทรงลังกา) องค์ปัจจุบันที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นกลางเมืองนครศรีฯ มีความสูง 55.78 เมตร องค์ระฆังสูง 9.80 เมตร มีปล้องไฉน 52 ชั้น (ปล้อง) รอบพระธาตุองค์หลักมีเจดีย์รายรอบจำนวน 158 องค์

ปลียอดทองคำ อันเป็นที่มาของพระธาตุทองคำ
ขณะที่ส่วนปลียอดของปล้องไฉนหุ้มด้วยทองคำเหลืองอร่าม มีน้ำหนักร่วม 200 กิโลกรัม ซึ่งโบราณระบุว่า ทองคำที่หุ้มปลียอดองค์พระธาตุนครนั้น หนาขนาดใบตาล สูงถึง 6 วา 1 ศอก ยามเมื่อแสงส่องต้องลงมายังปลียอดส่วนที่เป็นทองคำ จะเกิดเป็นแสงสะท้อนสีทองมลังเมลือง ทำให้พระธาตุเมืองนครได้รับฉายาว่า “พระธาตุทองคำ”

ส่วนบนยอดสูงสุดขององค์พระธาตุจะเป็น ”เม็ดน้ำค้าง” บรรจุเครื่องพุทธบูชาต่าง ๆ อาทิ ดอกไม้ทองคำ แหวนทองคำ พระพุทธรูปขนาดเล็ก ลูกแก้ว และลูกปัด เป็นต้น


พระธาตุไร้เงา

นอกจากนี้พระธาตุเมืองนครยังมีอีกหนึ่งฉายา คือ “พระธาตุไร้เงา” ที่ถือเป็นภูมิปัญญาโบราณทางการออกแบบสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุนคร ซึ่งทุก ๆ ในช่วงปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลก (หนึ่งปีมีเพียง 4 วัน) เงาขององค์พระธาตุจะไม่ทอดตัวออกไปด้านข้าง จนมองดูเหมือนองค์พระธาตุไม่มีเงา

เงาเจดีย์ไม่กระทบตกถึงพื้นดิน ทำให้พระธาตุเมืองนครถูกเรียกขานว่า พระธาตุไร้เงา (ภาพ : กรมศิลปากร)
ส่วนในช่วงเวลาปกติเงาขององค์พระธาตุยามต้องแสงแดด จะไม่ตกทอดออกนอกเขตกำแพงระเบียงคด แต่จะทอดไปตกกระทบอยู่บนหลังคาของพระวิหารเขียน หรือพระวิหารธรรมศาลา และสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่รายล้อม โดยเงาจากองคืพระธาตุจะไม่ตกกระทบถึงพื้นดิน จึงดูเหมือนองค์พระธาตุไม่มีเงาอีกเช่นกัน

อย่างไรก็ดีเรื่องนี้มีหลาย ๆ คน เชื่อกันว่า ถ้าหากองค์พระธาตุเกิดมีเงาปรากฏลงพื้นเมื่อไหร่ และเงาตกไปทางทิศไหน ทางทิศนั้นก็จะเกิดเหตุร้ายและเรื่องไม่ดีขึ้น

เที่ยววัดพระมหาธาตุ


พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช ในพระวิหารหลวง
“พระวิหารหลวง” ภายในประดิษฐาน “พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช” เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่และงดงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น มีขนาดหน้าตัก 3 วา 1 ศอก 12 นิ้ว ประดิษฐานบนฐานชุกชี พร้อมด้วยพระอัครสาวก ซึ่งเป็นองค์พระประธานที่ประดิษฐานต่าง ๆ จากที่อื่น ๆ เพราะตั้งไว้ค่อนข้างกลางพระวิหาร

พระวิหารคด
“ซุ้มพระเจดีย์-พระวิหารคด” เป็นซุ้มเจดีย์หน้าทางเข้าวิหารคด ศิลปะศรีวิชัยมีหลายเรือนยอด (แบบเดียวกับพระธาตุไชยา) เชื่อว่าอาจจะเป็นแบบดั้งเดิมขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ส่วนพระวิหารคดนั้นน่ายลไปด้วยพระพุทธรูปจำนวนมากที่ประดิษฐานอยู่เรียงราย และมีบาตรพระให้ทำบุญกันตามศรัทธา

วิหารทับเกษตร
“วิหารทับเกษตร” ที่เรียงรายไปด้วยองค์พระพุทธรูปประทับนั่ง-ยืน อยู่มากมาย รวมถึงมี “เส้นทางพระเจ้าตาก” เป็นเส้นทางที่เชื่อว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยมาเดินปฏิบัติธรรมที่นี่

พระเจ้าชู้
12
ในวิหารทับเกษตรยังมี ภาพจิตรกรรม รูปเคารพเกจิ ซึ่งหากสังเกตให้ดี ๆ จะพบว่ามีพระพุทธรูปองค์หนึ่งนิ้วมือข้างหนึ่งมี 6 นิ้ว ที่เป็นปริศนาธรรม และ “พระเจ้าชู้” ที่ถูกหลักเสียบไว้พร้อมกับมือที่ถูกตัด เนื่องจากไปแอบลักลอบมีชู้กับภรรยาผู้อื่น จนกลายเป็นอันซีนแห่งวัดพระมหาธาตุ

ภาพพระม้า ในวิหารพระทรงม้า
“วิหารพระทรงม้า” ที่โดดเด่นไปด้วยประติมากรรมปูนปั้น “ภาพพระม้า” ขนาดใหญ่ เป็นเรื่องราวการละทางโลกเพื่อออกแสวงหาทางธรรมของเจ้าชายสิทธัตถะ

ภาพพระม้า ในวิหารพระทรงม้า
ในวิหารพระทรงม้ายังมี ประติมากรรม “เท้าขัตตุคาม-รามเทพ” บริเวณบันดทางขึ้นสู่องค์พระธาตุ ซึ่งเชื่อกันว่าคือต้นแบบของท้าวจตุคามรามเทพอันลือลั่น ที่เคยโด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทยในช่วงปี พ.ศ. 2549-2550

พระแอดเมืองนคร
“พระมหากัจจายนะ” ประดิษฐานอยู่ที่วิหารพระมหากัจจายนะ (วิหารพระแอด) มีอีกหนึ่งชื่อเรียกว่า “พระแอดเมืองนคร” มีองค์สีทองอร่าม เชื่อกันว่าท่านสามารถดลบันดาลความสำเร็จสารพัด โดยเฉพาะการขอลูก

เจดีย์หกหว้า
และ “เจดีย์หกหว้า” ที่ทำจากหินแกรนิต เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาจึงได้มีการสร้าง “พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ประดิษฐานไว้ที่หน้าเจดีย์แห่งนี้

งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ (ภาพ : ททท.)
นอกจากนี้วัดพระมหาธาตุยังมีงานประเพณี สำคัญ คือ ประเพณี “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงวันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชา โดยจะมีการนำผ้า “พระบฏ” ผ้าผืนยาวซึ่งนิยมใช้สีขาว เหลือง แดง ไปห่มรอบองค์พระธาตุ พร้อมจัดขบวนแห่แหนกันอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเชื่อว่าใครที่มีโอกาสไปร่วมงานแห่ผ้าขึ้นธาตุนั้นถือเป็นอีกหนึ่งสิริมงคลสูงล้ำของชีวิต

และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ของวัดพระมหาธาตุ นครศรีฯ มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ ที่มีหัวใจสำคัญคือพระธาตุเมืองนคร ซึ่งว่ากันว่าใครที่ไปเยือนนครศรีธรรมราชแล้ว หากไม่ไปกราบพระธาตุเมืองนครนั้นเหมือนกับว่ายังไปไม่ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยสมบูรณ์

สอดรับกับคำกล่าวที่ว่า “เกิดมาชาติหนึ่ง ต้องได้กราบ พระธาตุเมืองนคร”