เมื่อปี พ.ศ. 2564 มีเรื่องอันน่ายินดีเมื่อ “เพชรบุรี” ได้รับการประกาศให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” ภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) ด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่นของเพชรบุรี โดยมุ่งใช้อาหารเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต
สำหรับ เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองที่นำวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาเป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุม 7 สาขาหลัก ได้แก่ หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน การออกแบบ ภาพยนตร์ อาหาร วรรณกรรม ศิลปะสื่อ และดนตรี
ในประเทศไทย มีสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกแล้ว 9 เมือง ได้แก่ ภูเก็ต: สาขาอาหาร (พ.ศ. 2558) เชียงใหม่: สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (พ.ศ. 2560) กรุงเทพมหานคร: สาขาการออกแบบ (พ.ศ. 2562) สุโขทัย: สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (พ.ศ. 2562) เพชรบุรี: สาขาอาหาร (พ.ศ. 2564) เชียงราย: สาขาการออกแบบ (พ.ศ. 2566) สุพรรณบุรี: สาขาดนตรี (พ.ศ. 2566) น่าน: สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (พ.ศ. 2568) และ สงขลา: สาขาอาหาร (พ.ศ. 2568)
โดยที่ “เพชรบุรี” ซึ่งเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารนั้น ขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ เกิดจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทั้งจากป่า แม่น้ำ และท้องทะเล โดยเฉพาะรสชาติอันโดดเด่น ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน จนได้ขึ้นชื่อว่า “เมืองสามรส” ได้แก่ รสเค็มจากเกลือสมุทร รสหวานจากน้ำตาลโตนด และรสเปรี้ยวจากมะนาวแป้น ผสมผสานกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด
นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้ข้อมูลเรื่องความโดดเด่นด้านอาหารของเพชรบุรีว่า เพชรบุรีมีความโดดเด่น เพราะว่าเราเป็นแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง คือเรามีวัตถุดิบของเราเอง เรามีการแปรรูปของเราเอง แล้วเราทำอาหารของเราเอง นอกจากนี้ เพชรบุรีก็มีความเป็นมาและเรื่องเล่าของอาหาร ตั้งแต่อาหารในราชสำนัก อาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ และอาหารพื้นถิ่น ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และยังสามารถสร้างเมนูใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วย
นอกจากนี้แล้ว เพชรบุรียังมีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติอาหาร โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า รสชาติอาหารของเพชรบุรีมีความโดดเด่นทั้งรสเปรี้ยว รสเค็ม และรสหวาน ซึ่งทั้ง 3 อย่างมาจากตัววัตถุดิบที่ได้ GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของเพชรบุรี ซึ่งจังหวัดอื่นไม่มี ไม่ว่าจะเป็นมะนาวแป้นรำไพ ที่ต้องปลูกที่เพชรบุรีเท่านั้น ถึงจะได้น้ำดี เกลือสมุทรหรือเกลือทะเลก็เช่นกัน เพชรบุรีเราเป็นจังหวัดที่มีเกลือทะเลมากที่สุดในประเทศไทย สามารถเอาดอกเกลือซึ่งมีรถเค็มปนหวานหน่อยๆ นำมาทำอาหาร แล้วก็มีรสหวานของน้ำตาลโตนด ใครๆ ก็รู้จักว่าเพชรบุรีคือเมืองของต้นตาล เพราะฉะนั้นน้ำตาลโตนดของเพชรบุรี ทุกท่านมั่นใจได้ว่ามีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI - ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ) และเป็นสินค้าจีไออีกเช่นกัน ทั้ง 3 อย่างเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดเมื่อมาทำเป็นรสชาติอาหาร เป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งของอาหาร ทำให้กลายเป็นอาหารที่มีรสชาติที่โดดเด่น
“เพชรบุรี” เมืองสามรส
รสหวาน – น้ำตาลโตนด
เพชรบุรีคือแหล่งปลูกตาลโตนดที่สำคัญที่สุดของไทย ภูมิปัญญาของคนปีนตาล คือศิลปะการเก็บเกี่ยวที่ต้องอาศัยทักษะและความอดทน น้ำตาลโตนดเมืองเพชรมีทั้งรสชาติที่หวานนุ่มนวล และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รวมถึงรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังเป็นความหวานทางเลือกสุขภาพเพราะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) และยังคงเป็นหัวใจสําคัญของเมนูขนมหวานที่อยู่คู่เมืองเพชร
รสเปรี้ยว – มะนาวแป้นท่ายาง
หากพูดถึงความเปรี้ยวที่มีเอกลักษณ์ ต้องยกให้มะนาวแป้นท่ายางของดีเมืองเพชร มะนาวที่ขึ้นชื่อว่าผิวบาง น้ำมาก รสเปรี้ยวสะอาด และมีกลิ่นหอมโดดเด่น สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งดินและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงคนเพชรบุรีมากอย่างยาวนาน ส่วนประกอบสําคัญที่เชื่อมโยงรสหวานและเค็มให้ผสมผสานกันอย่างมีมิติ
รสเค็ม – เกลือสมุทร (บ้านแหลม)
ผลึกขาวแห่งท้องทะเล ขุมทรัพย์จากไอแดด เกิดเป็นแหล่งเกลือที่ใหญ่ที่สุดในไทย ที่อําเภอบ้านแหลม แหล่งผลิตเกลือสมุทรที่ใหญ่และดีที่สุดในประเทศไทย พื้นที่ที่ไอแดดและผืนทะเลร่วมกันสร้างสรรค์ ทองขาว หรือ เกลือสมุทร คุณภาพเยี่ยม อุดมไปด้วยแร่ธาตุ หัวใจสําคัญในการชูรสชาติของอาหารให้โดดเด่นและกลมกล่อม นอกจากจะเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารทะเลแปรรูป และเครื่องปรุงพื้นบ้านที่ส่งออกไปทั่วโลกแล้ว เกลือสมุทรยังถูกนํามาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์ธรรมชาติ สะท้อนคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่นที่เชื่อมโยงทั้งอาหาร การท่องเที่ยว และการดูแลสุขภาวะอย่างสมดุล
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


