xs
xsm
sm
md
lg

สักการะ 9 พระธาตุ เส้นทางมหามงคลทั่วไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตระเวนทั่วไทย ไหว้ “9 พระธาตุมงคล” เสริมสิริมงคล และรับพลังงานดีๆ ต้อนรับปีใหม่นี้ ตั้งแต่พระธาตุทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

ผ่านเทศกาลปีใหม่มาได้พักใหญ่ หลายๆ คนยังคงตระเวนไหว้พระทำบุญ เพื่อเสริมความเป็นมงคลให้ชีวิตราบรื่นไปตลอดทั้งปี เป็นการเริ่มต้นรับพลังงานดีๆ เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

เลยอยากชวนมาสำรวจเส้นทางมหามงคล กับการไปสักการะ “9 พระธาตุมงคล” ทั่วเมืองไทย

พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
“พระธาตุดอยสุเทพ” ตั้งอยู่ภายใน “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 ในสมัยพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ 12 ของเชียงใหม่ ได้ทำการบูรณะพระเจดีย์ โดยขยายพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สูง 11 วา กว้าง 6 วา และให้ช่างนำทองคำมาทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และราชโอรสของพระเมืองเกษเกล้าได้ทรงตีทองคำแผ่นติดไว้ที่องค์พระธาตุ ต่อมา พระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูนได้สร้างบันไดนาคหลวงทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ประชาชนขึ้นไปสักการะได้สะดวกขึ้น

สำหรับการบูชาองค์พระธาตุ มีความเชื่อกันว่าหากมาสักการะและอธิษฐานขอพรพระธาตุดอยสุเทพ จะมีแต่ความสำเร็จสมปรารถนา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวงไปได้ ในการสักการะควรเตรียมดอกไม้ และธูปเทียน แล้วเดินเวียนขวา 3 รอบ พร้อมทั้งกล่าวคำนมัสการพระธาตุ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และควรไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ทิศ

พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย
พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย
“พระธาตุดอยตุง” เป็นปูชนียสถานสำคัญของล้านนาและของเชียงราย เป็นพระธาตุเจดีย์องค์คู่ อายุราว 1,108 ปี ตำนานเล่าวว่า พระมหากัสสปะเถระได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกไหปลาร้า (พระรากขวัญเบื้องซ้าย) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาน้อมถวายแด่พระเจ้าอชุตราช เจ้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนกชัยบุรี พระองค์จึงได้อัญเชิญขึ้นบรรจุไว้ในองค์เจดีย์ ณ ดอยดินแดง หรือดอยตุงในปัจจุบัน และต่อมาอีก 100 ปี พระอรหันต์มหาวชิรโพธิเถระได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาถวายแด่พระเจ้ามังรายะนะธิราช พระองค์จึงสร้างองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่อีกองค์หนึ่งเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

จากนั้นใน พ.ศ.2470 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมกันปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ พระวิหาร และพระประธาน แล้วจึงเริ่มต้นประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 หรือเดือน 6 เหนือ เป็นประจำทุกปี

พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
“พระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน ห่างจากตัวเมืองน่านแค่ราว 3 กิโลเมตร พระธาตุแช่แห้งถือเป็นพระธาตุประจำปีเถาะหรือปีกระต่าย องค์พระธาตุเป็นแบบล้านนาสีทองสุกปลั่ง เล่ากันว่าพญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย

บริเวณด้านข้างองค์พระธาตุยังเป็นที่ตั้งของวิหารหลวงที่ภายในประดิษฐาน “พระเจ้าล้านทอง” พระประธานที่มีพุทธลักษณะงดงามให้ได้สักการะเป็นสิริมงคลกัน ส่วนด้านหน้าวิหาร ตรงหัวบันไดทางเข้ามีรูปปั้นสิงห์ 2 ตัว ประดับยืนเฝ้าอยู่ ซึ่งรูปพญานาค 8 ตัว ปั้นเป็นพญานาคเกี่ยวกระหวัดกันเป็น 3 ชั้น ถือเป็นอีกหนึ่งงานศิลปกรรมสุดคลาสสิกของวัดแห่งนี้

พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
“วัดพระธาตุลำปางหลวง” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไหว้ขอพรจากองค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ทรงล้านนาหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองฉลุลายมีความงดงามเป็นอย่างมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

มีพระวิหารหลวง ที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทองอยู่ภายใต้ซุ้มปราสาททอง เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในลำปาง และด้านหลังมีพระเจ้าทันใจให้ได้ไหว้ขอพร ที่เชื่อกันว่าขอแล้วจะสัมฤทธิ์ผลดังใจหมาย และมีวิหารลายคำ ที่งดงามด้วยศิลปะล้านนาฝีมือช่างลำปาง ด้านในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวงเมืองเขลางค์ (หลวงพ่อพระพุทธ) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่มีลักษณะสวยงามที่สุดองค์หนึ่งของล้านนา

พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน
พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน
“พระธาตุหริภุญชัย” เป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญแห่งดินแดนล้านนา เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์และเป็นดังศูนย์รวมจิตใจของชาวลำพูน นอกจากนี้ยังเป็นพระธาตุประจำปีของคนเกิดปีระกา(ไก่) ตามคติความเชื่อของชาวล้านนาอีกด้วย

พระธาตุหริภุญชัยสร้างใน พ.ศ. 1607 โดยพระเจ้าอาทิตยราชเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย ธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง

ลักษณะขององค์พระธาตุที่สร้างแรกเริ่มเดิมทีเป็นไปตามพุทธทำนายคือเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงปราสาท สูง 12 ศอก(6 เมตร) มีซุ้มทวาร เข้า-ออกทะลุกันได้ทั้งสี่ด้าน มีปราสาทศิลาแลงสี่เหลี่ยมอยู่มุมละองค์ ครั้นเมื่อพญามังราย เข้ามายึดเมืองหริภุญชัยไว้ในครอบครอง ทรงโปรดให้บูรณะองค์พระธาตุหริภุญชัย ปรับปรุงเป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอด และต่อมาในราวปี พ.ศ.1990 (บางข้อมูลระบุปี พ.ศ.1986) สมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งราชวงศ์มังรายโปรดให้บูรณะพระธาตุหริภุญชัยครั้งใหญ่ มีการปรับรูปทรงเป็นเจดีย์ดังรูปแบบที่เห็นในปัจจุบันคือเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาอันสวยงามสมส่วน หุ้มทองจังโกสีทองอร่าม งดงามจนเป็นต้นแบบและมีอิทธิพลต่อพระธาตุเจดีย์องค์อื่นๆ อีกหลายองค์ อาทิ พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน เป็นต้น

พระธาตุพนม จ.นครพนม
พระธาตุพนม จ.นครพนม
“พระธาตุพนม” ตั้งอยู่ภายใน “วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร” ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นพระธาตุที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระธาตุที่เก่าแก่มากที่สุดในแว่นแคว้นอีสาน ซึ่งได้ถูกจารึกไว้ในภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

ประวัติการก่อสร้างพระธาตุพนมนั้น ได้ถูกกล่าวไว้ว่า พระธาตุพนมเป็นที่ประดิษฐาน พระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ที่พระมหากัสสปะเถระได้นำมาประดิษฐานไว้ โดยองค์พระธาตุถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ประมาณปี พ.ศ. 8 โดยกษัตริย์ห้าองค์คือ พระยาจุฬณีพรหมทัต พระยานันทเสน พระยาอินทปัต พระยาคำแดง และพระยาสุวรรณภิงคาร พร้อมไพร่พล ในส่วนลวดลายที่เรือนธาตุนั้นตำนานเล่าว่าตกแต่งโดยพระอินทร์และเหล่าเทวดา มีแผ่นอิฐที่จำหลักลวดลายเป็นภาพกษัตริย์โบราณ ฝีมือช่างพื้นบ้าน ศิลปะสมัยทวารวดี หรือพุทธศตวรรษที่ 13-15 นับว่าเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ของภาคอีสาน

หลังจากนั้นพระธาตุพนมได้รับการบูรณะและอุปถัมภ์เรื่อยมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2485 วัดพระธาตุพนมฯ ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร และต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม ปีพ.ศ. 2518 เกิดฝนตกหนักบวกกับความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพระธาตุพนมจึงได้ทรุดพังทลายลง นำความเศร้าเสียใจมาสู่พุทธศาสนิกชน แต่ด้วยความศรัทธา องค์พระธาตุพนมจึงได้รับการบูรณะใหม่ซึ่งได้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522

ปัจจุบัน วัดพระธาตุพนม ยังได้รับการดำเนินการศึกษาและดำเนินงานขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในอนาคตอีกด้วย โดยอยู่ในขั้นตอนการเสนอองค์พระธาตุพนมเข้าสู่บัญชีเบื้องต้น หรือที่เรียกว่า Tentative List

พระธาตุขามแก่น จ.ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น จ.ขอนแก่น
“พระธาตุขามแก่น” ประดิษฐานอยู่ภายใน “วัดเจติยภูมิ” เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง แม้จะไม่ปรากฏอายุการสร้างที่แน่นอน แต่ก็มีประวัติความเป็นมาที่เล่าขานกันมาช้านาน ตามตำนานเล่าว่า หลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพาน พระมหากัสสปะเถรเจ้า พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ได้นำเอาพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอก) มาประดิษฐานยังภูกำพร้า (พระธาตุพนม) ดังนั้นพระยาหลังเขียว พระอรหันต์ยอดแก้ว พระอรหันต์รังสี พระอรหันต์คันที และไม่ปรากฏชื่ออีก 6 องค์ จึงได้อัญเชิญเอาพระอังคารธาตุมาบรรจุไว้ในที่พระธาตุพนมด้วย

ระหว่างทางได้แวะพักบริเวณต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น และได้นำเอาพระอังคารธาตุไปวางพักไว้ที่ต้นมะขามนี้ พอรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว จึงจำต้องเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับมาเจอต้นมะขามต้นเดิมที่ตายเหลือแต่แก่น แต่บัดนี้กลับผลิดอกออกผลแตกกิ่งก้านสาขาเป็นที่น่าอัศจรรย์ จงได้ร่วมกันสร้างพระธาตุครอบต้นมะขาม และได้บรรจุพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ภายใน และเรียกว่าพระธาตุขามแก่นมาจนปัจจุบัน ดังนั้นจึงเชื่อว่า อานิสงส์ของการมาไหว้พระธาตุขามแก่นคือโรคภัยจะห่างหาย เรื่องร้ายจะกลายเป็นเรื่องดี นั่นเอง

พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
“พระบรมธาตุไชยา” ไม่ปรากฎหลักฐานทางเอกสารแน่ชัดว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่เดิมเคยปรักหักพังรกร้างมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งได้มีการบูรณะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างปี พ.ศ.2439-2453

ภายในพระบรมธาตุไชยาบรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นส่วนใด องค์พระธาตุไชยา มีความสูง 24 เมตร ตั้งอยู่เหนือฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ องค์พระธาตุเป็นทรงมณฑป หรือทรงปราสาท พระธาตุองค์นี้ถือเป็นงานศิลปกรรมศรีวิชัยต้นแบบที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญคือตัวองค์พระบรมธาตุไชยาถือได้ว่าเป็นองค์พระบรมธาตุเจดีย์องค์เดียวของประเทศไทย ที่ยังมีความสมบูรณ์แบบในลักษณะที่ยังเป็นองค์ดั้งเดิมมีอายุเป็นพันปี ยังไม่ถูกสร้างครอบ ยังไม่พังทลาย และยังเป็นรูปแบบของงาน สถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยศรีวิชัยตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

พระบรมธาตุเมืองนคร จ.นครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุเมืองนคร จ.นครศรีธรรมราช
“พระบรมธาตุเมืองนคร” ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “พระธาตุทองคำ” เนื่องจากปลียอดหุ้มด้วยทองคำเหลืองอร่าม แต่ในยามที่แสงแดดตกต้ององค์พระธาตุ เหลื่อมเงากลับทาบทอไม่ถึงพื้นจนดูเหมือนพระธาตุไม่มีเงา จึงได้รับการเรียกขานว่าเป็น “พระธาตุไร้เงา” อีกฉายาหนึ่ง

ตามตำนานกล่าวว่า สร้างขึ้นครั้งแรกประมาณ ปี พ.ศ.854 ในปี พ.ศ.1093 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทำการสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมกับสร้างเจดีย์องค์ใหม่ทรงศาญจิครอบพระบรมธาตุองค์เดิม ต่อมาในปี พ.ศ.1770 มีพระภิกษุจากลังกามาบูรณะองค์พระบรมธาตุให้เป็นแบบทรงลังกาหรือทรงโอคว่ำดังที่เห็นในปัจจุบัน

บริเวณบันไดทางขึ้นสู่องค์พระบรมธาตุเป็น “วิหารพระม้า” ด้านซ้าย-ขวาของบันได มีรูปปั้นของเทพผู้พิทักษ์คือ ท้าวจตุคาม-รามเทพ ประดิษฐานอยู่ขนาบข้างประตูทางเข้า-ออก องค์พระธาตุ ท้าวจตุคาม-รามเทพ เป็นเทพที่เชื่อว่าคือท้าวจตุคามรามเทพ อันลือลั่นแห่งเมืองนคร นอกจากเทพทั้งสองแล้วที่นี่ยังมีผู้พิทักษ์อื่นๆ อาทิ ท้าวจตุโลกบาล นาค ครุฑ สิงห์ เป็นต้น

หากใครมีโอกาสได้เดินทางตระเวนไปสักการะได้ครบทั้ง 9 พระธาตุมงคล ก็นับว่าเป็นการเพิ่มสิริมงคลให้ชีวิตได้ดียิ่ง แต่ถ้ายังไม่มีโอกาสไป เพียงได้เข้าวัดใกล้บ้าน ทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ก็จะได้ทั้งความสบายใจ และความเป็นมงคลให้กับชีวิตในปีใหม่นี้แล้ว

#########################################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline