“ บัตรกรุงศรีอยุธยา “ จับมือ ‘เจซีบี’ เปิดตัว “บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท”รุกลูกค้าพรีเมียมตั้งเป้าเพิ่ม 2 หมื่นใบ ดันยอดใช้จ่ายแตะ 1,500 ล้านบาทในปี70 ขณะมองยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปี 69 โต 2-3% หวั่นเศรษฐกิจ-ค่าครองชีพฉุดกำลังซื้อ ย้ำ NPL ทรงตัว เดินหน้ารุกตลาดลูกค้ารายได้สูง
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ เดินหน้าต่อ
ยอดยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem ด้วยการจับมือ JCB เปิดตัว “บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายออกบัตรใหม่ 20,000 ใบในปี70 และสร้างยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 1,500 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะช่วยผลักดันพอร์ตบัตรเครดิต JCB ของบริษัทให้เติบโต 4-5% ในปีหน้า
ปัจจุบันบัตร JCB ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีฐานลูกค้า 500,000 ราย และมียอดใช้จ่ายรวม 13,000-14,000 ล้านบาทต่อปี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับอัลติเมทจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าระดับพรีเมียมที่ต้องการสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเดินทาง และการรับประทานอาหาร ตลอดจนการจับจ่ายผ่านร้านค้าและแบรนด์ญี่ปุ่น
สำหรับภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในปี 69 ยังเผชิญความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตช่วงครึ่งแรกปีนี้โตเพียง 1-2% คาดทั้งปีจะขยายตัว 2-3%
นายอธิศ ยอมรับว่าตลาดบัตรเครดิตในแต่ละไตรมาสมีความผันผวนคล้ายรถไฟเหาะ โดยไตรมาสแรกยอดใช้จ่ายชะลอตัวและทรงตัวช่วง 2 เดือนแรก เพราะไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ ส่วนไตรมาส2 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และไตรมาส 3 ภาพรวมการใช้จ่ายมีทิศทางเป็นบวก แต่สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัจจัยกดดัน
และต้องติดตาม ซึ่งคาดไตรมาส 4 จะได้แรงหนุนช่วยให้ฟื้นขยายตัวไดั
สำหรับหนีัที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธุรกิจบัตรเครดิตยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ เพราะยังคงอัตราชำระคืนขั้นต่ำของบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ต่อเดือน เช่นเดียวกับผู้บริโภคมีการจำกัดในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการจับจ่ายโดยรวม
“พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนชัดเจนผ่านการจัดสรรงบที่มี เพราะให้ความสำคัญกับความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันมากกว่า และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาหารและน้ำมันคือสิ่งที่ต้องใชัต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคใส่ใจ และปรับการท่องเทึ่ยวไกลอย่างยุโรป เป็นเที่ยวระยะใกล้อย่างญึ่ปุ่นและสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งการเดินทางและท่องเที่ยวจะช่วยให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบีตรมีต่อเนื่อง
นายอธิศ กล่าวเพิ่มว่า การเปิดตัวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด (KCC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2539 จากการร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและ GE Capital Thailand ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทลูกที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาถือหุ้นทั้งหมดในปี 2553 ปัจจุบัน KCC มีพอร์ตบัตรเครดิตใหญ่ที่สุดในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 11% และมีฐานลูกค้ากว่า 2.4 ล้านบัญชี
สำหรับยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem เป็นการนำจุดแข็งของเครือข่ายพันธมิตรญี่ปุ่นในกลุ่ม MUFG มาผสานกับความเชี่ยวชาญในตลาดบัตรเครดิตไทย ครอบคลุมทั้งร้านค้า แบรนด์ บริการ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นทั้งในประเทศไทยและระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ
นายมาซากิ โยกาว่า ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “JCB มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้กระชับความร่วมมืออันยาวนานกับบัตรเครดิต กรุงศรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดตัว บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท เพราะไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญสูงสุดของ JCB ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งความสนใจและความชื่นชอบในญี่ปุ่นของผู้บริโภคชาวไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บัตรเครดิตระดับพรีเมียมบัตรใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบในญี่ปุ่นของสมาชิกบัตรในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ การรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารทั่วโลก ไปจนถึงการใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น JCB ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์และเอกลักษณ์อันโดดเด่นของญี่ปุ่นให้แก่สมาชิกบัตรทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง”
นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) แสดงให้เห็นว่า ในปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่น 1.23 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบกับปีก่อน) 70% ของคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่น เคยเดินทางมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่ามีกลุ่มคนที่เดินทางซ้ำ ๆ มีความชื่นชอบและนิยมใช้สินค้าหรือไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น เช่น ร้านอาหาร แฟชั่น ฯลฯ ในชีวิตประจำวัน หรือที่เราให้คำนิยามลูกค้ากลุ่มนี้ว่า ‘Jneration’ เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี ในช่วงมกราคม - สิงหาคม 2569 ที่พบว่า ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่สมาชิกบัตรฯเดินทางไปมากที่สุด รองลงมาคือ อเมริกา, อังกฤษ, จีน และฮ่องกง ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในประเทศญี่ปุ่นในช่วงดังกล่าวมีมูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของยอดใช้จ่ายในต่างประเทศทั้งหมด ทั้งนี้ หมวดที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นมากที่สุด คือ ห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, โรงแรม และร้านอาหาร ตามลำดับ”
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ เดินหน้าต่อ
ยอดยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem ด้วยการจับมือ JCB เปิดตัว “บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายออกบัตรใหม่ 20,000 ใบในปี70 และสร้างยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 1,500 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะช่วยผลักดันพอร์ตบัตรเครดิต JCB ของบริษัทให้เติบโต 4-5% ในปีหน้า
ปัจจุบันบัตร JCB ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีฐานลูกค้า 500,000 ราย และมียอดใช้จ่ายรวม 13,000-14,000 ล้านบาทต่อปี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับอัลติเมทจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าระดับพรีเมียมที่ต้องการสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเดินทาง และการรับประทานอาหาร ตลอดจนการจับจ่ายผ่านร้านค้าและแบรนด์ญี่ปุ่น
สำหรับภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในปี 69 ยังเผชิญความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตช่วงครึ่งแรกปีนี้โตเพียง 1-2% คาดทั้งปีจะขยายตัว 2-3%
นายอธิศ ยอมรับว่าตลาดบัตรเครดิตในแต่ละไตรมาสมีความผันผวนคล้ายรถไฟเหาะ โดยไตรมาสแรกยอดใช้จ่ายชะลอตัวและทรงตัวช่วง 2 เดือนแรก เพราะไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ ส่วนไตรมาส2 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และไตรมาส 3 ภาพรวมการใช้จ่ายมีทิศทางเป็นบวก แต่สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัจจัยกดดัน
และต้องติดตาม ซึ่งคาดไตรมาส 4 จะได้แรงหนุนช่วยให้ฟื้นขยายตัวไดั
สำหรับหนีัที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธุรกิจบัตรเครดิตยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ เพราะยังคงอัตราชำระคืนขั้นต่ำของบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ต่อเดือน เช่นเดียวกับผู้บริโภคมีการจำกัดในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการจับจ่ายโดยรวม
“พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนชัดเจนผ่านการจัดสรรงบที่มี เพราะให้ความสำคัญกับความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันมากกว่า และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาหารและน้ำมันคือสิ่งที่ต้องใชัต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคใส่ใจ และปรับการท่องเทึ่ยวไกลอย่างยุโรป เป็นเที่ยวระยะใกล้อย่างญึ่ปุ่นและสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งการเดินทางและท่องเที่ยวจะช่วยให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบีตรมีต่อเนื่อง
นายอธิศ กล่าวเพิ่มว่า การเปิดตัวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด (KCC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2539 จากการร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและ GE Capital Thailand ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทลูกที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาถือหุ้นทั้งหมดในปี 2553 ปัจจุบัน KCC มีพอร์ตบัตรเครดิตใหญ่ที่สุดในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 11% และมีฐานลูกค้ากว่า 2.4 ล้านบัญชี
สำหรับยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem เป็นการนำจุดแข็งของเครือข่ายพันธมิตรญี่ปุ่นในกลุ่ม MUFG มาผสานกับความเชี่ยวชาญในตลาดบัตรเครดิตไทย ครอบคลุมทั้งร้านค้า แบรนด์ บริการ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นทั้งในประเทศไทยและระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ
นายมาซากิ โยกาว่า ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “JCB มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้กระชับความร่วมมืออันยาวนานกับบัตรเครดิต กรุงศรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดตัว บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท เพราะไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญสูงสุดของ JCB ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งความสนใจและความชื่นชอบในญี่ปุ่นของผู้บริโภคชาวไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บัตรเครดิตระดับพรีเมียมบัตรใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบในญี่ปุ่นของสมาชิกบัตรในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ การรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารทั่วโลก ไปจนถึงการใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น JCB ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์และเอกลักษณ์อันโดดเด่นของญี่ปุ่นให้แก่สมาชิกบัตรทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง”
นายสมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) แสดงให้เห็นว่า ในปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่น 1.23 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบกับปีก่อน) 70% ของคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่น เคยเดินทางมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่ามีกลุ่มคนที่เดินทางซ้ำ ๆ มีความชื่นชอบและนิยมใช้สินค้าหรือไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น เช่น ร้านอาหาร แฟชั่น ฯลฯ ในชีวิตประจำวัน หรือที่เราให้คำนิยามลูกค้ากลุ่มนี้ว่า ‘Jneration’ เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต กรุงศรี ในช่วงมกราคม - สิงหาคม 2569 ที่พบว่า ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่สมาชิกบัตรฯเดินทางไปมากที่สุด รองลงมาคือ อเมริกา, อังกฤษ, จีน และฮ่องกง ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในประเทศญี่ปุ่นในช่วงดังกล่าวมีมูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของยอดใช้จ่ายในต่างประเทศทั้งหมด ทั้งนี้ หมวดที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นมากที่สุด คือ ห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, โรงแรม และร้านอาหาร ตามลำดับ”


