xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้น กรุงไทยแนะลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย สะสมตราสารหนี้คุณภาพสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Krungthai CIO มองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวโดดเด่น จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและความกังวลด้านดอกเบี้ยที่คลี่คลาย แนะกลยุทธ์ Stay Invested, Add Risk with Discipline เน้นเพิ่มน้ำหนัก Core Portfolio รับโอกาสจากสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพสูง


ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นโดดเด่น ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 3.6% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 5.2% ทำระดับสูงสุดใหม่ จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หลังความกังวลด้านการลงทุน AI และการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เริ่มคลี่คลาย ขณะที่หุ้นยุโรปและญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น ส่วน Asia ex-Japan ฟื้นตัวอ่อนกว่า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนจากการลดสถานะในธีม AI ยังมีอยู่ จึงแนะนำ เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีวินัยและทยอยลงทุน

ด้านตลาดตราสารหนี้ ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาดสะท้อนว่า ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านการเติบโตและทิศทางดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะที่ Bond Yield อายุ 10 ปีของไทยทรงตัวในระดับต่ำ จึงเหมาะกับการ ทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพสูงเพื่อรับผลตอบแทนจากการถือครองตราสารหนี้ (Carry Yield) มากกว่าการเร่งเพิ่ม ความไวของพอร์ตต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย (Duration)

ส่วนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ลดลง 7-8% หลังค่าชดเชยความเสี่ยง ด้านอุปทานลดลง แม้สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน ช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนของประเทศผู้นำเข้าพลังงาน ขณะที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 7.3% จาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่ลดลงและดอลลาร์อ่อนค่า ตอกย้ำบทบาททองคำในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต

สำหรับสัปดาห์นี้ Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ Stay Invested, Add Risk with Discipline หรือ เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีวินัย โดยมองว่า ปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์เสี่ยงยังเอื้อต่อการลงทุน และมีผลประกอบการ เป็นแรงขับเคลื่อนมากกว่าการขยาย Valuation จึงแนะนำเพิ่มน้ำหนัก Core Portfolio เป็นลำดับแรก เพื่อรับโอกาสจากแนวโน้มขาขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมกระจายความเสี่ยงทั้ง ด้านประเทศ อุตสาหกรรม และแหล่งที่มาของผลตอบแทน โดยใช้ช่วงตลาดพักฐานเป็นโอกาสเพิ่มน้ำหนักลงทุน

สำหรับ Satellite Portfolio ยังเน้นหุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มเทคโนโลยี จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คุณภาพกระแสเงินสดและแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างจาก Cloud, Software, Digital Platform และ AI Infrastructure ขณะที่การเติบโตของกำไรเริ่มกระจายสู่หลายอุตสาหกรรม หนุนการลงทุนแบบ Broad-based มากขึ้น ส่วน China A-shares ยังเป็น Tactical Opportunity จากนโยบายอุตสาหกรรมและมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุนของภาครัฐ โดยเน้น Selective Exposure พร้อมถือทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงและทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพสูงเพื่อรับ Carry Yield

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ สถานะการเก็งกำไรว่าเงินเยนจะอ่อนค่า (Short Yen) ที่อยู่ในระดับสูง โดยหากเงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็ว อาจกระตุ้นการลดสถานะ Carry Trade และเพิ่มความผันผวน ข้ามตลาด รวมถึง Bond Yield สหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนี CPI PPI และยอดค้าปลีก เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ หากเงินเฟ้อชะลอตัวและการบริโภคยังมีเสถียรภาพ จะช่วยสนับสนุนภาพ Soft Landing และเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง