การประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ที่น่าผิดหวังของบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จุดชนวนการถล่มขายหุ้นทันที จนราคาทรุดฮวบลงอย่างหนัก และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ดัชนีร่วงลงตามเกือบ 20 จุด
DELTA แจ้งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2569 หลังปิดการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีรายได้จากการขาย 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 44,501 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,626 ล้านบาท
ผลกำไรไตรมาสที่ 2 แม้จะเติบโต แต่ลดลงจากไตรมาสแรก 33.1% โดย DELTA ชี้แจงว่าเกิดจากผลกระทบการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เกิดอุปสรรคในการขับเคลื่อนแผนการผลิต ส่งผลต่อปริมาณสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุลจากการผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งยังมีปัจจัยกดดันจากราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม
ผลกำไรที่เติบโตต่ำกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ ทำให้หุ้น DELTA ถูกเทขายทันทีที่เปิดการซื้อขายวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ก่อนลงมาปิดที่ 285 บาท ลดลง 22 บาท หรือ 7.17% มูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 8,151 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดประจำวัน
การดิ่งลงของหุ้น DELTA มีผลให้ดัชนีทรุดตัวตาม โดยปิดที่ 1624.47 จุด ลดลง 19.92 จุด
ราคาปิดที่ระดับ 285 บาท ถือเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดย DELTA เคยสร้างจุดสูงสุดในรอบนี้ที่ 372 บาท
ผลกำไรที่เติบโตต่ำกว่าคาดในไตรมาสที่ 2 ทำให้นักวิเคราะห์ปรับมุมมองแนวโน้มผลประกอบการของ DELTA โดยกังวลว่าแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดการเทขายหุ้นตามมาอีก จนราคาหุ้นเข้าสู่ช่วงขาลงเต็มตัว ภาวะฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกอาจเป็นปัจจัยซ้ำเติม DELTA
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นกำลังสดใส บริษัทโบรกเกอร์ต่างทยอยปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปี โดยประเมินว่าจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 1700–1800 จุด ขณะที่ประมาณการอัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปีนี้ หลายหน่วยงานเริ่มขยับตัวเลขใหม่ โดยล่าสุดกระทรวงการคลังปรับเป้า GDP ปีนี้เป็นเติบโต 2.5% หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเป้าเป็นเติบโต 2.3%
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังทยอยขนเงินกลับมาไล่ซื้อหุ้นต่อเนื่อง จนยอดซื้อสุทธิสะสมจากต้นปีมีจำนวนทั้งสิ้น 74,157 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีหลังนักลงทุนต่างชาติยังกลับเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง
แต่หุ้น DELTA ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงที่สุด โดยมีมาร์เก็ตแคปจำนวน 3.55 ล้านล้านบาท และ DELTA เพียงตัวเดียวผลักดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นกว่า 100 จุดนับจากต้นปี อาจเป็นตัวฉุดให้ดัชนีปรับตัวลงในครึ่งปีหลัง
ราคาเป้าหมายหุ้น DELTA ซึ่ง 19 โบรกเกอร์ประมาณการไว้เฉลี่ยที่ 324 บาท อาจต้องทบทวนและปรับลดราคาเป้าหมายลงมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับผลกำไรที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง
DELTA อยู่ในข่ายหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการเก็งกำไรกันร้อนแรง ไม่เฉพาะนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ แม้แต่นักลงทุนรายย่อยก็แห่เข้ามาผสมโรง
ใครที่ขายออกไม่ทันรอบนี้คงเจ็บหนักจาก DELTA ซึ่งอยู่ในช่วงขาลง และระยะสั้นอาจฉุดให้ดัชนีหลุด 1600 จุดได้เหมือนกัน
เว้นแต่หุ้นกลุ่มธนาคารจะมาช่วยถ่วงดุล พยุงตลาดหุ้นไม่ให้ผันผวนตามแรงเหวี่ยงของ DELTA เท่านั้น


