สงครามตะวันออกกลางที่ปะทุรอบใหม่ และมีการโจมตีกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ซึ่งปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่รอบขาขึ้นกำลังจะปิดฉากลงชั่วคราว
ดัชนีหุ้นพุ่งทะลุระดับ 1650 จุด สร้างจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี และมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเกิดความกังวล เพราะถ้าราคาน้ำมันขึ้นไม่หยุด ปัญหาเงินเฟ้อจะตามมา และกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันดิบล่าสุดขยับขึ้นกว่า 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว สำหรับเวสต์เท็กซัส ซึ่งหากสงครามตะวันออกกลางที่ลุกลามในวงกว้างดำเนินต่อไป ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยตัวแปรที่แทรกซ้อนเข้ามาคือ นักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้น หลังจากกลับเข้ามาไล่ซื้อหุ้นอย่างหนักตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน โดยแม้จะขายไม่มาก แต่ขายติดต่อกันมา 2 วันแล้ว โดยวันอังคารที่ 21 กรกฎาคมขาย 472 ล้านบาท และวันพุธที่ 22 กรกฎาคมอีก 85 ล้านบาท
แม้ต่างชาติยังไม่ได้ถล่มขายหุ้น แต่การหยุดซื้อและทยอยขาย เป็นความเคลื่อนไหวที่จะต้องติดตาม เพราะหากสถานการณ์สงครามบานปลาย ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไม่หยุด ต่างชาติอาจลดความเสี่ยง หันมาเทขายหุ้นออก และทำให้ตลาดทรุดลงหนักก็ได้
หุ้นเมื่อวันพุธถอยลงมาปิดที่ 1639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ลงทุนในภาพที่เลวร้ายมากนัก และเชื่อว่าแรงขายของต่างชาติอาจเป็นการขายทำกำไร หรือชะลอการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบจากสงคราม ซึ่งยังไม่มีสัญญาณว่าต่างชาติจะถอนทุนกลับ แต่แนะนำให้นักลงทุนเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติเท่านั้น
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่กลายเป็นตัวฉุดตลาด หลังประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ผลกำไรลดลงกว่า 19% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จนถูกเทขายอย่างหนัก กลายเป็นชนวนของการขายหุ้นแบงก์ทั้งหมด
แนวโน้มตลาดหุ้นช่วงเวลา 5 เดือนเศษที่เหลือของปีนี้กำลังเปลี่ยนไป จากความคาดหวังว่าจะสดใสเหมือนครึ่งปีแรก ดัชนีหุ้นอาจพุ่งทะลุ 1800 จุดในสิ้นปี กลายเป็นความไม่แน่นอน และนักลงทุนเริ่มกังวลผลกระทบจากสงคราม ซึ่งอาจทำให้ดัชนีปรับฐานลงจนหลุดแนวรับระดับ 1600 จุด
ราคาน้ำมันกลายเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญของตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีประเด็นการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติพ่วงเข้ามาด้วย ถ้าราคาน้ำมันพุ่งต่อ นักลงทุนต่างชาติทยอยขาย ดัชนีขาขึ้นรอบนี้จะปิดฉากลงโดยสมบูรณ์ และไม่ควรรีบร้อนช้อนซื้อหุ้น เพราะเสี่ยงต่อการขาดทุน
หุ้นไทยมาไกลมาก ปรับตัวขึ้นเกือบ 400 จุดเมื่อเทียบกับจุดปิดสิ้นปี 2568 และได้เวลาที่จะต้องพักฐานบ้าง แต่สงครามตะวันออกกลางกำลังจะเป็นปัจจัยลบที่ซ้ำเติมให้เกิดการปรับฐานใหญ่ ส่วนการปรับฐานรอบนี้จะยืดเยื้อ หุ้นจะร่วงลงรุนแรงขนาดไหน ต้องเฝ้าเกาะติดราคาน้ำมันและท่าทีนักลงทุนต่างชาติ
ถ้าน้ำมันยังพุ่งทะยานไปแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ฝรั่งอาจไม่อยู่ต่อ ตลาดหุ้นครึ่งปีหลังคงอยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วง


