xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอขยายผลคดี Forex ล็อกเป้า "นักการเมือง-ดาราดัง" ปมเส้นเงินโยงเครือข่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งแกะรอยเส้นทางการเงินคดีเครือข่ายชักชวนลงทุน Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงนักการเมืองฝ่ายค้านรายหนึ่งและนักแสดงชายชื่อดัง ขณะที่การตรวจค้น 24 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลนำไปสู่การยึดทรัพย์สินมูลค่าสูง พร้อมอายัดบัญชีธนาคารรวม 77 บัญชี ด้านเจ้าหน้าที่ยืนยันยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ แต่เตรียมพิจารณาดำเนินการทันทีหากพยานหลักฐานเพียงพอ

คดีเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต กำลังขยายวงจากประเด็นการเงินผิดกฎหมายไปสู่การตรวจสอบบุคคลมีชื่อเสียง หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุดในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร


ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมุ่งตรวจสอบเครือข่ายที่เปิดให้บริการซื้อขาย Forex และรับเงินลงทุนจากประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล

ผลการตรวจค้นนำไปสู่การยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งเงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน Hardware Wallet คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงิน นอกจากนี้ยังมีการอายัดบัญชีธนาคารรวม 77 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา 57 บัญชี และบัญชีนิติบุคคล 20 บัญชี


แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก พร้อมตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและหลักฐานดิจิทัลที่ได้จากการตรวจค้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย

ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองชายจากพรรคฝ่ายค้านรายหนึ่ง แม้จะยังไม่พบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการบริหารแพลตฟอร์มหรือเป็นเจ้าของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบรายการโอนเงินหลายครั้งจากบัญชีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Forex ไปยังบัญชีส่วนตัวของบุคคลดังกล่าวในลักษณะคล้ายการรับผลประโยชน์ จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก


ส่วนในฝั่งวงการบันเทิง พนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดรถยนต์หรูและรถจักรยานยนต์หลายรายการ ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายล้านบาท หลังพบความเชื่อมโยงกับธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่กำลังถูกตรวจสอบ โดยทรัพย์สินบางส่วนถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับนักแสดงชายชื่อดังที่ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอย้ำว่าทั้งนักการเมืองและนักแสดงที่ถูกพาดพิง ยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และยังไม่มีการออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา การดำเนินการในขั้นต่อไปจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายเป็นสำคัญ


อีกหนึ่งประเด็นที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญคือบทบาทของบริษัท Payment Gateway หรือผู้ให้บริการรับ-ส่งเงินระหว่างนักลงทุนกับแพลตฟอร์ม Forex ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการเคลื่อนย้ายเงินภายในเครือข่าย หากพบว่ามีการใช้ระบบดังกล่าวเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน อาจนำไปสู่การขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลเพิ่มเติม

สำหรับนักลงทุน คดีนี้สะท้อนความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ในตลาดการลงทุนทางเลือก โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Forex หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต แม้จะอ้างผลตอบแทนสูงหรือมีบุคคลมีชื่อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม การปรากฏชื่อคนดังในเครือข่ายการเงินไม่ใช่หลักประกันความน่าเชื่อถือ และอาจกลายเป็นเครื่องมือสร้างความไว้วางใจให้ผู้ลงทุนตัดสินใจผิดพลาดได้

 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI
สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาคือการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของดีเอสไอในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดเผยโครงสร้างเครือข่าย รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง มูลค่าความเสียหาย จำนวนผู้เสียหาย และหลักฐานสำคัญจากการตรวจค้น หากข้อมูลที่เปิดเผยมีความเชื่อมโยงถึงบุคคลสาธารณะระดับสูง อาจทำให้คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในคดีการเงินผิดกฎหมายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของปี 2569


ขณะเดียวกัน กระแสในโลกออนไลน์ได้พุ่งเป้าไปยัง ฟิล์ม รัฐภูมิ หลังมีการเชื่อมโยงชื่อกับดาราอักษรย่อ “ฟ.” ที่ถูกกล่าวถึงในคดี แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex หรือระบบ Payment ใด ๆ และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหากได้รับการติดต่อเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม

ในเวลานี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ทิศทางการสอบสวนกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ดีเอสไอไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะผู้บริหารเครือข่ายเท่านั้น หากยังไล่ตรวจสอบทุกความเชื่อมโยงทางการเงิน ตั้งแต่ผู้รับผลประโยชน์ ผู้สนับสนุนธุรกิจ ไปจนถึงบุคคลสาธารณะที่อาจมีบทบาทอยู่เบื้องหลังเส้นทางเงินของเครือข่ายทั้งหมด.