xs
xsm
sm
md
lg

คปภ.คาดปี 69 เบี้ยประกันภัยโตชะลอ สภาพคล่องยังมั่นคง ท่ามกลางวิกฤติโลกผันผวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน ความผันผวนของตลาดทุนตลาดการเงินโลก และอาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทย ไม่ว่าจะเป็น ด้านรายได้ที่ชะลอลง และภาวะต้นทุนค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้นอาทิ ราคาพลังงาน ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าซ่อมแซมที่สูงขึ้น ด้านความมั่นคงทางการเงินและสภาพคล่องที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ภายใต้ภาวะความผันผวนของตลาดทุนและตลาดการเงินโลก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ไม่แน่นอน การขยายตัวของ Credit Spread หรือการปรับลดลงของตลาดหุ้น หรือด้านต้นทุนและโครงสร้างการรับประกันภัยจากผลกระทบทางอ้อมของตลาดประกันภัยต่อของโลก (Global Reinsurance Market Impact) ที่มีแนวโน้มการเข้าสู่ภาวะ selective hardening ดังนั้น เพื่อที่จะสามารถกำหนดแนวทางการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยไทยภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม สำนักงาน คปภ. ได้มีมาตรการการติดตามเชิงรุกเพื่อประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด

ผลการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 คาดว่าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรวมจะชะลอลงจากประมาณการเดิม โดยมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแอลง และความผันผวนของตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความตระหนักด้านสุขภาพของประชาชน แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนเวชภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของความมั่นคงทางการเงิน ธุรกิจประกันภัยไทยโดยรวมยังคงมีฐานะการเงินที่มั่นคงและสามารถรองรับความผันผวนจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกได้ โดยบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยข้อมูล ณ ไตรมาส 4 ปี 2568มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) อยู่ที่ร้อยละ 442.4 และ 367.2 ตามลำดับ ซึ่งยังสูงกว่าระดับที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ที่ร้อยละ 140 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของฐานะเงินกองทุนของภาคธุรกิจประกันภัยไทย แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ผ่านผลกระทบด้านราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ภาวะการเงินโลก และความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งอาจส่งผ่านมายังภาคธุรกิจประกันภัยไทยทั้งด้านฐานะความมั่นคง สภาพคล่อง และแนวโน้มผลประกอบการในระยะข้างหน้า

ในด้านฐานะความมั่นคงและสภาพคล่อง ความผันผวนของตลาดการเงินโลก การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การขยายตัวของ Credit Spread และการปรับลดลงของตลาดหุ้น อาจส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทประกันภัย ทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน รวมถึงอาจกระทบต่อระดับเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทประกันภัย ขณะเดียวกัน ต้นทุนสินไหมที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าซ่อมแซม ค่ารักษาพยาบาล และความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผลให้ภาระการจ่ายสินไหมและการบริหารกระแสเงินสดของบริษัทมีความตึงตัวมากขึ้น

สำหรับธุรกิจประกันชีวิต ผลกระทบสำคัญอยู่ที่ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดทุน ซึ่งส่งผลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวและผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะตลาด เช่น ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked และ Universal Life) นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังอาจส่งผลต่อการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยและการเวนคืนกรมธรรม์ของผู้เอาประกันภัยบางส่วน

สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัย แม้ส่วนใหญ่มีการลงทุนและการรับประกันภัยในระยะสั้น แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นตามความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าสินไหมทดแทนและทำให้การขยายตัวของเบี้ยประกันภัยชะลอลง โดยเฉพาะประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การขนส่งทางทะเล การบิน พลังงาน ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงความเสี่ยงจากความล่าช้าในการขนส่งและการจัดหาอะไหล่จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อฐานะความมั่นคงของภาคธุรกิจประกันภัยภายใต้สถานการณ์จำลอง (Internal Stress Test Scenario) ซึ่งครอบคลุมการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การลดลงของมูลค่าตราสารทุน แรงกดดันเงินเฟ้อด้านพลังงานส่งผลให้ต้นทุนค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยสงครามและตลาดประกันภัยต่อจากสถานการณ์นี้

ผลการทดสอบสะท้อนว่า บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยส่วนใหญ่ ยังมีระดับเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์การกำกับดูแล นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ดำเนินการทดสอบด้านสภาพคล่อง (Liquidity Test) โดยประเมินทั้งสภาพคล่องระยะสั้นและระยะกลางถึงระยะยาว ผลการทดสอบสะท้อนว่า ภาพรวมบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับภาระผูกพันระยะสั้นและสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ยังคงมาตรการการติดตามเชิงรุกเพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านรายได้ ฐานะความมั่นคง สภาพคล่อง การลงทุนและการประกันภัยต่อ รวมถึงดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (Stress Test) และติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนสินไหม ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและติดตามบริษัทที่มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที อันจะช่วยรักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทยได้อย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป