ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.5 พันล้านบาทของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB-” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BBB-” รวมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน (DUSIT22PA) ของบริษัทที่ระดับ “BB” โดยแนวโน้มอันดับเครดิตยังคง “Stable” หรือ “คงที่” ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ที่กำลังจะครบกำหนดชำระ ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมการโรงแรมมาอย่างยาวนานของบริษัทและความเป็นแบรนด์ที่มั่นคงในฐานะหนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมชั้นนำของไทย ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาหารที่ขยายตัวของบริษัทยังช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตยังคงถูกจำกัดด้วยระดับหนี้สินทางการเงินที่สูงในปัจจุบันและความเสี่ยงด้านระยะเวลาในการส่งมอบห้องชุดของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ดีกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดในโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งทริสเรทติ้งประมาณการว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2569 บริษัทรายงานรายได้รวมจำนวน 8.9 พันล้านบาท และมี EBITDA อยู่ที่จำนวน 1.6 พันล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 1.79 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA อยู่ที่ 11.1 เท่า สำหรับปี 2569 ทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทโดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวระยะไกล อย่างไรก็ดี การส่งมอบห้องชุดอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดจำนวนมากในช่วงสองปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้สถานะทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการส่งมอบห้องชุดดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้ง คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA จะทยอยปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5 เท่า ภายในปี 2570
ณ เดือนธันวาคม 2568 อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนของบริษัทอยู่ที่ 51% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทริสเรทติ้งกำหนดไว้เล็กน้อย เนื่องจากมีการเบิกใช้เงินกู้สำหรับโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ทริสเรทติ้งคาดว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราว และอัตราส่วนดังกล่าวจะปรับลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ เนื่องจากบริษัทมีแผนชำระคืนเงินกู้โครงการด้วยรายได้จากการส่งมอบห้องชุด
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถส่งมอบห้องชุดในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์คได้สำเร็จ ควบคู่ไปกับการที่ธุรกิจหลักด้านโรงแรมและอาหารของบริษัทสร้างผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอให้กับบริษัท


