นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(21เม.ย.69)ที่ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.85-32.15 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ทดสอบโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และหนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง ท่ามกลางความหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบที่ 2 ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมีนาคม ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP และ คาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 โดย FED สาขา Atlanta (GDPNow) นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การพิจารณาประธาน FED คนใหม่ โดยคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Banking Committee) ที่มีกำหนดการในวันที่ 21 เมษายน นี้ เวลาราว 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (EST) ซึ่งจะตรงกับช่วงราว 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยในช่วงนี้ ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2 อาจช่วยหนุนให้ เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีลักษณะ ค่อยเป็น ค่อยไป เนื่องจากผู้เล่นในตลาดจะยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนนัก จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง ทำให้เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways แถวโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ จะมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 31.75-31.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเราประเมินว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้นำเข้า อาจรอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์ตามโซนแนวรับดังกล่าวได้
ขณะเดียวกัน เรามองว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยและอาจทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้งในฝั่งตลาดบอนด์ไทย ได้เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงเสถียรภาพการคลัง หลังรัฐบาลเตรียมพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง


