ดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งทะยานอย่างร้อนแรง ขานรับกระแสข่าวการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน บวก 47.52 จุด ตีฝ่าแนวต้านสำคัญ ขึ้นมายืนที่ระดับ1,457.91 จุด เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เป็นตัวนำในการผลักดันดัชนี ฯ
DELTA เป็นหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอีเล็คโทรนิคส์ขนาดใหญ่ มีมาร์เก็ตแคปหรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดกว่า 3.6 ล้านล้านบาท หรือมีสัดส่วนประมาณ 20% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมที่มีจำนวนกว่า 18 ล้านล้านบาท
ดัชนี ฯ แนสแดกของสหรัฐที่ปรับตัวลงเมื่อคืนวันอังคาร ทำให้คาดว่า จะทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วน ฯ อ่อนตัวลงตาม แต่ปรากฏว่า หุ้นกลุ่มชี้นส่วนกลับวิ่งขึ้นแรงยกแผง โดย DELTA ปรับตัวขึ้น 26 บาท ปิดที่ 290 บาท ซึ่งเป็นราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 292 บาท ระหว่างชั่วโมงซื้อขายวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา
การปรับตัวขึ้นของหุ้น DELTA เพียงตัวเดียวเมื่อวันพุธ มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของดัชนี ฯ ประมาณ 26 จุด
นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้เล่นรายใหญ่หุ้น DELTA เพราะจำเป็นต้องมีหุ้นตัวนี้ไว้ในพอร์ต โดยเฉพาะกองทุน PASSIVE FUND หรือกองทุนที่อิงผลตอบแทนกับดัชนี ฯ แต่อาจมีนักเก็งกำไรรายย่อยที่นิยมการเล่นได้เสีย เข้าไปเล่นหุ้น DELTA บ้าง
แนวโน้มตลาดหุ้นทั่วโลก ยังถูกชี้นำด้วยสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งหากการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจบลงด้วยดี หุ้นไทยก็อาจเดินหน้าต่อไปสู่เป้าหมาย 1,500 จุดอีกครั้ง
แต่ DELTA จะวิ่งไปถึงไหน เพราะค่า พี/อี เรโช พุ่งขึ้นไปที่ 145 เท่าแล้ว และอัตราเงินปันผลตอบแทนมีเพียง 0.21% เท่านั้น
ในแง่หนึ่ง DELTA อาจเป็นตัวช่วยพยุงตลาดหุ้นไม่ให้เกิดความผันผวน และเป็นตัวขับเคลื่อนดัชนี ฯ แต่อีกแง่หนึ่ง DELTA ก็เป็นตัวบิดเบือนภาพตลาดหุ้นไทย การเคลื่อนไหวของดัชนี ฯ ในแต่ละวัน ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของสถานการณ์ลงทุน
นอกจากนั้น DELTA ยังเบียดบังความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยด้วย เพราะการเป็นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูง มีผลต่อการชี้นำดัชนี ฯ มีค่า พี/อี เรโช 145 เท่า มีอัตราเงินปันผลตอบแทนเพียง 0.21% ทำให้ค่า พี/อี เรโช เฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นไปถึง 16.68 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทนหรือ ยีลด์เฉลี่ยอยู่ที่ 4.38%
ถ้าตัดหุ้น DELTA ออกจากการคำนวณดัชนี ฯ หรือไม่มี DELTA ในตลาดหุ้น ประเมินกันว่า ค่า พี/อี เรโช เฉลี่ยหุ้นไทย จะอยู่ที่ประมาณ 13-14 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ย อาจขยับขึ้นไปอบู่ที่เกือบ 5% ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น
แต่ DELTA เข้ามาอยู่ในตลาดหุ้น 31 ปีแล้ว และคงยังดำรงอยู่ เป็นหุ้นที่สร้างความบิดเบือนต่อภาวะการลงทุนที่เป็นจริง และเป็นตัวที่ด้อยค่าปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นต่อไป
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ 18 โบรกเกอร์ มีมุมมองแนวโน้มราคาหุ้น DELTA แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว โดยบางโบรกเกอร์ตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 340 บาท แต่บางโบรกเกอร์กำหนดราคาเป้าหมายไว้เพียง 160 บาท โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ 18 โบรกเกอร์อยู่ที่ 214 บาท
การกลับมาอีกครั้งของนักลงทุนต่างชาติ อาจช่วยให้ DELTA มีแรงเหวี่ยงที่ดีดตัวขึ้น สร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง เพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่อีกตัวที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติต้องมีไว้
แต่นักลงทุนรายย่อยในประเทศ กำลังทนไม่ไหวกับราคาที่ร้อนแรงของ DELTA และทยอยขายทิ้ง ทำกำไรมาตลอด จนระหว่างปี 2567-2568 จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเหลือประมาณ 1.7 หมื่นคน ลดลงไปประมาณ 5 พันคน
หุ้น DELTA ที่วิ่งมาม้วนเดียว ไม่สะทกสะท้านกับสงครามตะวันออกกลาง ราคาระดับ 290 บาท คงไม่มีนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ ๆ กล้าเข้าไปแหยมกับหุ้นพี่เบิ้มตัวนี้แล้ว
ส่วนรายย่อยที่ยังกำหุ้น DELTA อยู่ คงอยู่ระหว่างทยอยขายหุ้นทำกำไร เพราะราคาที่ร้อนแรงใกล้ทะลุ 300 บาท
จะเหลือใครที่ใจแข็ง ถือหุ้น DELTA ไว้อีก


