“PropertyGuru Thailand Property Awards” ชู ‘การพัฒนาบ้านหลังแรก-การบริการด้านสุขภาพ-แลนด์มาร์กดีไซน์’ ท่ามกลาง ความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคที่ถูกกดดัน จากสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ด้านสถิติจาก DDproperty ระบุน่าตกใจ ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ตลาด บ้านเดี่ยว ยอดคนหาซื้อลดลงถึง -40% สวนทางตลาดเช่าคอนโด เพิ่มขึ้น 2% โดยกลุ่มราคาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ 10,000 - 30,000 บาทต่อเดือน
นายจูลส์ เคย์ ผู้จัดการทั่วไป พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ แอนด์ อีเวนต์ เปิดเผยว่า งานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยังคงสะท้อนบทบาทในฐานะเวทีสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบเดิม สู่การยกระดับโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องของเวลเนสและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
การจัดงานในปีนี้ เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้โอกาสจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย การเติบโตของตลาดรีสอร์ท และการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยระดับโลก ที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีศักยภาพ ในฐานะรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับ “Gold Standard” ของวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย PropertyGuru Thailand Property Awards ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและทันสมัย ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน การเชื่อมต่อ และนวัตกรรมที่ยึดไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2026 และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ปรับตัวเข้ากับทิศทางตลาดที่กำลังเข้าสู่ยุคของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ไปสู่กลุ่มเฉพาะที่มีมูลค่าสูง (high-value niches) อาทิ ธุรกิจการบริการด้านเวลเนส ท่าจอดเรือ และโครงการบ้านหลังแรกที่ผสานคุณภาพชีวิตที่ดีเข้ากับความคุ้มค่าการลงทุนในระยะยาว
“ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังปรับตัวจากการเกร็งกำไร ไปสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้ คาดว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเซ็กเมนต์ โดยทั้งตลาดบ้านและคอนโดมิเนียม ต่างต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แตกต่างกัน รวมถึงความคาดหวังของผู้ซื้อ”
ตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในประเทศ ขณะที่พฤติกรรมของผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 12 - 18 เดือนที่ผ่านมา โดยความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ นับว่าเป็นความท้าทายสำหรับผู้ซื้อและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน
อย่างไรก็ดี ดีมานด์ของผู้ซื้อมีสูงขึ้นโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ที่มีทำเลใกล้ส่วนต่อขยายระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะส่วนขยายของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน การให้ความสำคัญกับขนาดหรือพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น รวมไปถึงที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาทิ โครงการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบัน เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ พื้นที่ทำงานร่วมกัน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV) สิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสุขภาพ พื้นที่สีเขียว เลนปั่นจักรยาน หรือ พื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ
ขณะเดียวกันแนวโน้มผู้ซื้อชาวต่างชาติเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่กำลังซื้อส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน การลงทุนจากชาวต่างชาติยังเน้นไปที่การซื้อบ้านหลังที่สอง ซึ่งส่งผลให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของไลฟ์สไตล์และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาค
สำหรับ การมอบศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยกย่องผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการแลนด์มาร์คดีไซน์ควบคู่กับความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาโครงการสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงอีกด้วย
การจัดงานประกาศรางวัลฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยผู้พัฒนาโครงการได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่ก็พร้อมที่จะมองหาโอกาส เติบโตใหม่ๆ
นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป (General Manager) ที่ดูแลทั้งฝั่งดีเวลลอปเปอร์ของเว็บไซต์ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) และเว็บไซต์รีวิวอสังหาฯ อย่าง Think of Living โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย พฤติกรรมผู้บริโภค กล่าวว่า เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็นการ “เช่า” อย่างชัดเจน ท่ามกลางความเข้มงวดของสถาบันการเงิน โดยคนเมินซื้อบ้าน ทำให้ยอดค้นหาที่อยู่อาศัยลดลงกว่า 30.36 % จากสถิติพบว่าความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยลดลงอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะ บ้านเดี่ยว ที่ยอดคนหาซื้อลดลงถึง -40% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้คนไทยระมัดระวังการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ในระยะยาว
ในขณะที่ยอดซื้อลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง -27% แต่ตลาดเช่ากลับยังคงแข็งแกร่งบวกเพิ่ม โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียม ที่มีคนหาเช่าเพิ่มขึ้น +2% โดยกลุ่มราคาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ 10,000 - 30,000 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เน้นความยืดหยุ่นและการอยู่อาศัยในเมืองมากกว่าการเป็นเจ้าขอ
ประเด็นที่น่าจับตาและน่าเป็นห่วงที่สุดคือ ที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 - 3 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อสูงที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่ กู้ไม่ผ่าน (Reject Rate) สูงที่สุด เช่นกัน เนื่องจากธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยงหนี้เสีย และเพื่อแก้โจทย์เรื่องราคา ผู้ประกอบการเริ่มขยับโครงการออกไปยังทำเล ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า เช่น สายสีชมพู, สีเหลือง และสีส้ม เพื่อทำราคาคอนโดให้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์กลุ่มเริ่มทำงาน (First Jobber)
สำหรับ ปัจจัยใหม่ ที่ผู้ซื้อยอมจ่าย ได้แก่ ความคุ้มค่า (Value) พื้นที่ต้องใช้งานได้จริงทุกตารางเมตร ความสะดวก (Convenience) ต้องเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) และทำงานที่บ้านได้ สุขภาพ (Wellness) มีระบบกรองอากาศและพื้นที่สีเขียว ภาพลักษณ์ (Status) ดีไซน์ที่สวยงามและสะท้อนตัวตน
PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยังคงยกย่องความเป็นเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์ด้านต่างๆ พร้อมเพิ่มหมวดรางวัลใหม่สำหรับปี 2569 อาทิ Best First Home Development, Best Wellness Hospitality Development, Best Marina Development, Best Landmark Development, Best Landmark Design และ Best Sales Gallery Interior Design
ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระในการตัดสินรางวัลประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ของวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระรับรองกระบวนการตัดสินที่เป็นกลางและโปร่งใส ซึ่งการดูแลกระบวนการคัดเลือกทั้งหมดดำเนินการโดย HLB ซึ่งเป็นครือข่ายทั่วโลกของสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาชั้นนำระดับนานาชาติ โดยจะเปิดรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลแล้ววันนี้ ประกาศมอบรางวับในช่วงเดือน ธันวาคม 2569.


