สงครามในอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านย่านตะวันออกกลาง แม้ยังระอุอยู่ แต่สินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ เริ่มลดความผันผวนลง
ราคาน้ำมันไม่พุ่งทะยาน ราคาทองคำอ่อนตัวลง ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มกลับมาเขียวขจีอีกครั้ง หลังมีข่าวการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน
ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักลงมา 2 วันติด จากจุดสูงสุดในรอบนี้ที่ระดับประมาณ 1,545 จุด ทรุดลงต่ำสุด 1,341.14 จุด
ในระหว่างชั่วโมงซื้อขาย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยทรุดลงประมาณ 204 จุด เพราะนักลงทุนตื่นตระหนกในผลกระทบจากสงครามที่อาจลุกลามและยืดเยื้อ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือพักการซื้อขายหุ้นเป็นการชั่วคราว เวลาประมาณ 12.15 น. หรือช่วงปลายของการซื้อขายหุ้นภาคเช้า วันที่ 4 มีนาคม หลังดัชนีหุ้นทรุดลง 117 จุด หรือทรุดลงต่ำกว่า 8% เพื่อระงับยับยั้งความผันผวนของหุ้นและเพื่อให้นักลงทุนมีเวลาพิจารณาทบทวนการตัดสินใจ
การนำมาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์มาใช้ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย ซึ่งถือว่าได้ผล
เพราะหลังเปิดการซื้อขายภาคบ่าย ภาวะตลาดหุ้นกระเตื้องขึ้น โดยดัชนีฟื้นขึ้นมาปิดที่ 1,384.61 จุด ลดลงเหลือ 81.90 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 159,372 ล้านบาท
หลังปิดตลาดหุ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สิ่งที่ทุกฝ่ายเฝ้าจับตากันคือ ตัวเลขการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติมีปฏิกิริยาต่อสงครามอิหร่านอย่างไร
จะตื่นตระหนก กลัวผลกระทบ และลดความเสี่ยงโดยการเทขายหุ้นออก ขนเงินกลับบ้านหรือไม่
แต่ปรากฏว่า ตัวเลขการซื้อขายของต่างชาติ ทำให้นักลงทุนในประเทศทุกกลุ่มเบาใจ เพราะต่างชาติยังมียอดซื้อสุทธิ 1,023 ล้านบาท แม้จะไม่มาก
แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ต่างชาติยังไม่ถอย และยังทยอยกลับมาไล่ซื้อหุ้นต่อไป สถานการณ์สงครามใหญ่ในตะวันออกกลางไม่ได้ทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความหวั่นไหว
และจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลในเชิงจิตวิทยา ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศ
มูลค่าซื้อขายวันพุธที่พุ่งขึ้น 159,372 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย
โดยมูลค่าซื้อขายหุ้นเคยสร้างสถิติสูงสุดกว่า 2 แสนล้านบาทในวันเดียว ซึ่งเกิดขึ้นประมาณช่วงปลายปี พ.ศ. 2562
2 วันทำการในช่วงวิกฤตสงคราม นักลงทุนรายย่อยแห่กันไล่ช้อนซื้อหุ้นอุตลุด โดยไม่หวั่นไหวในไฟสงคราม โดยช้อนซื้อหุ้นไปรวมกว่า 22,000 ล้านบาท
จนเกรงกันว่า รายย่อยอาจตัดสินใจพลาด รีบร้อนช้อนหุ้นจนเสี่ยงที่จะบาดเจ็บหนัก ถ้าสงครามไม่ปิดฉากลงในเร็ววัน แต่สถานการณ์สงครามล่าสุด แม้ยังระอุอยู่
แต่เริ่มมีกระแสข่าวการเจรจากันบ้างแล้ว และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ลดความพลิกผันลง ราคาทองคำไม่ไปต่อ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาเขียวสดใส
จุดเลวร้ายสุดขีดของสงครามอาจผ่านพ้นไปแล้ว เช่นเดียวกับผลกระทบของตลาดหุ้น โดยจุดต่ำสุดของดัชนีฯ ในรอบนี้อาจผ่านไปแล้วเช่นกัน
ตลาดหุ้นไทยที่ทรุดลงระดับ 1,341 จุดเมื่อวันพุธ อาจเป็นจุดต่ำสุดในรอบนี้ และนักลงทุนที่ใจถึงช้อนซื้อไว้ในช่วงดัชนีฯ เลวร้ายสุด
มีโอกาสเก็บเกี่ยวกำไรงามๆ จากการเด้งกลับของดัชนีฯ และถ้าแนวโน้มหุ้นเปลี่ยนเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
รอบนี้ นักลงทุนรายย่อยจะกลายเป็นพระเอก ใช้วิกฤตเป็นโอกาส โกยกำไรใส่กระเป๋าสบายๆ


