xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.20-เคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง-ตามแนวโน้มนโยบายการเงินเฟด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(7ม.ค.69)ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง (แกว่งตัวในกรอบ 31.17-31.28 บาทต่อดอลลาร์) ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ยังคงได้รับอานิสงส์จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งกำลังร้อนแรงอยู่ในช่วงนี้ ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วนก่อนรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของสัปดาดห์นี้

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) ในเดือนธันวาคม ยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ที่อาจช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงวันศุกร์นี้ได้ และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด

ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนธันวาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ทางฝั่งเอเชีย เราประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป Headline CPI ของไทย ในเดือนธันวาคม จะยังคง “ติดลบต่อเนื่อง” แต่จะสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ -0.22% (+0.10%m/m) ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI จะทรงตัวแถวระดับ 0.60%-0.70% ต่อ

นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่อื่นๆ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน หลังการเจรจาเพื่อยุติสงครามมีความคืบหน้ามากขึ้น

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่า เงินบาทจะยังคงได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำในช่วงนี้ ทว่า เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ในช่วง 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ อีกทั้งควรระวัง ว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหว Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ไม่ยาก หลังตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างยังคงประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 34% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยครั้งละ 25bps จำนวน 3 ครั้ง ในปีนี้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ อย่างแน่นอน ทำให้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานออกมาสดใสและดีกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ แม้ราคาทองคำอาจยังพอได้แรงหนุนจากความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และพอช่วยหนุนเงินบาทได้บ้าง แต่เราเริ่มเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดบอนด์ ที่คาดว่าจะมาจากความกังวลต่อแนวโน้มปริมาณการออกบอนด์ (Bond Supply) ของบอนด์ระยะยาวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อย่างไรก็ดี เรามองว่า ทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ ต่างก็รอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวของไทยปรับตัวสูงขึ้น เพื่อทยอยเข้าซื้อ หากยังคงมุมมองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้เพิ่มเติม ทำให้ อาจเห็นฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในตลาดบอนด์ไทยเป็นลักษณะการขาย สลับการซื้อได้
กำลังโหลดความคิดเห็น