ทีมรักบี้ 7 คนชายทีมชาติไทยสร้างผลงานประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าอันดับ 4 ของเอเชีย ในการแข่งขันรายการ “ASIA RUGBY EMIRATES SEVENS SERIES 2026” เลกสอง ที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569 หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงไล่ถล่มเกาหลีใต้ขาดลอย 40-7 จุด ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รวม 2 เลก อยู่อันดับ 4 ของเอเซีย ขณะที่ทีมหญิงจบอันดับ 6 รวม 2 เลค ตกจากอันดับ 3 มาอยู่ที่ 4 ของเอเชีย ด้านนายกสมาคมฯ เตรียมเรียกนักกีฬาทีมหญิง พบในวันที่ 23 ต.ค.นี้ เวลา 12.00 น.ที่สมาคมฯ ประชุมหารือเพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ว่าเกิดอะไรขึ้น
การแข่งขันรักบี้เอเชียซีรีส์ เลกสอง รอบแรก ทีมชายไทยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการเอาชนะมาเลเซียและอุซเบกิสถาน ก่อนพ่ายญี่ปุ่น ส่งผลให้จบอันดับ 2 ของกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับเกาหลีใต้
ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทัพรักบี้หนุ่มไทยระเบิดฟอร์มเก่งเกินความคาดหมาย ไล่ทำคะแนนเอาชนะเกาหลีใต้แบบขาดลอย 40-7 จุด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะพ่ายให้กับฮ่องกง ทีมดีกรีแชมป์เอเชีย ส่งผลให้ต้องลงสนามชิงอันดับ 3 กับจีน
เกมชิงอันดับ 3 แม้ทีมชาติไทยจะพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ยังต้านทานความแข็งแกร่งของจีน ซึ่งเป็นทีมระดับแถวหน้าของเอเชียไม่ไหว พ่ายไป 12-21 จุด จบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 ของทวีป นับเป็นผลงานประวัติศาสตร์ของทีมรักบี้ 7 คนชายไทยที่สามารถก้าวขึ้นมารั้งอันดับดังกล่าวได้เป็นครั้งแรก ส่วนทีมหญิงจบการแข่งขันในอันดับ 6
ด้าน พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวแสดงความยินดีกับทีมชายที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการรักบี้ไทย พร้อมชื่นชม นาวาเอก ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ ผู้ฝึกสอนทีมชาย ที่วางแผนและพาทีมทำผลงานได้ตามเป้าหมาย
นายกสมาคมฯ ยังกล่าวชื่นชมผู้เล่นเชื้อชาติไทยที่เติบโตในต่างประเทศ ได้แก่ เบญจ์ พอลทริจ, ลุคค์ เกตุศิลป์ พอลทริจ และจอร์น โดห์ ซึ่งทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ร่วมกับนักกีฬาชาวไทยทุกคน จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้สำเร็จ โดยหลังจากนี้สมาคมฯ จะยึดนักกีฬาชุดดังกล่าวเป็นแกนหลักในการพัฒนาทีมต่อไป พร้อมเปิดเผยว่าทาง นาวาเอก ฐัญวิทย์ ได้พูดคุยกับนิโคลัส นักกีฬาลูกครึ่งไทยอีกราย ที่เคยมาเล่นให้ทีมชาติไทยแล้วครั้งนึง เพื่อเตรียมเรียกเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมกับทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.กุลธน ยอมรับว่า แม้จะมีความยินดีกับผลงานของทีมชาย แต่ก็รู้สึกผิดหวังกับผลงานของทีมหญิงอย่างมาก ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย โดยเฉพาะหลังจบการแข่งขันเอเชียนเกมส์ น่าจะรวมใจ รวมพลังสู้กันแต่กลับ เละเทะ ไม่มีสภาพทีม อันดับ 3 ของเอเซียเหลืออยู่เลย ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น เกิดจากปัญหาภายในของนักกีฬาเอง หรือเป็นเพราะทีมสตาฟโค้ช ทั้งในเรื่องการจัดตัวผู้เล่นและการทำงานภายในทีมสตาฟโค้ช
“ตอนนี้ต้องกลับมาดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร เป็นเรื่องความสามัคคีของผู้เล่น หรือเป็นเพราะระบบการทำงานที่ไม่ดีพอ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะสมาคมฯ ทุ่มเทงบประมาณ ไปเยอะมาก กับทีมหญิงซึ่งเป็นความหวังของสมาคมฯ“
นายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ทีมหญิงไทยเคยลงซ้อม กับอินเดีย โดยเขามาขอซ้อม 2-3 ปีติดกัน และถึงแม้จะลงแข่งจริงๆ ก็ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด ไม่เคยแพ้ แถมยังชนะขาดทุกครั้ง แต่ในการแข่งขันครั้งนี้กลับพ่ายแพ้ทั้งอินเดียและคาซัคสถาน จึงเตรียมนัดนักกีฬาหญิงเข้ามาพูดคุย พร้อมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง
สำหรับการแข่งขันเอเชียซีรีส์ เลกสองครั้งนี้ นักกีฬาหญิงหลายคนทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวังไว้ โดย พ.ต.ท.กุลธน ยืนยันว่าจะขอน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งปรับปรุงและแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับผลงานของทีมหญิงกลับมาให้ได้โดยเร็ว และนำชื่อเสียงกลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง


