จาง เจียฉี อดีตฮีโร่เหรียญทองกระโดดน้ำทีมชาติจีน วัย 22 ปี ตกเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังเจ้าตัวและแม่แท้ๆ เซียว อิงเจี๋ย พากันไปออกรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง ซึ่งในรายการทั้งคู่เผยให้เห็นเบื้องหลังความสัมพันธ์สุดตึงเครียด จนชาวเน็ตพากันสับว่านี่คือพฤติกรรม "พ่อแม่รังแกฉัน" เวอร์ชันชีวิตจริง
ตลอดรายการผู้เป็นแม่เอาแต่จ้องจับผิด ติติง และตำหนิลูกสาวอย่างไร้ความปรานีในทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องหยุมหยิมอย่างห้องรก สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ไปจนถึงท่ายืนใส่รองเท้า พร้อมตราหน้าชีวิตของลูกสาวที่เป็นถึงแชมป์โลกว่า "ยุ่งเหยิงไม่มีชิ้นดี"
จาง เจียฉี ที่ประกาศลาวงการเพราะอาการบาดเจ็บ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตั้งแต่เด็กเธอรู้สึกเหมือนถูกชุบเลี้ยงโดยทีมชาติมากกว่าครอบครัวแท้ ๆ เพราะผู้เป็นแม่แท้ ๆ ไม่เคยสนใจความรู้สึกหรือถามไถ่ความต้องการของเธอเลยแม้แต่น้อย สายตาของผู้เป็นแม่จับจ้องอยู่เพียงแค่เหรียญรางวัลและเกียรติยศ คอยบีบคั้นสั่งให้เธอกินน้อยลงเพื่อคุมน้ำหนัก และกดดันว่าเธอต้องเป็นคนเหนือคน ห้ามเป็นแค่ "คนธรรมดา" อย่างเด็ดขาด
มีรายงานอีกว่า พ่อแม่เป็นผู้ยึดบัตร ATM ของเธอไว้ทั้งหมดถึง 3 ใบ โดย จาง เจียฉี หวังจะนำเงินรางวัลที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจไปลงทุนเพื่อสร้างอนาคตหลังเลิกเล่นกีฬา แม่กลับสลัดความฝันของลูกทิ้งอย่างเยือกเย็น และอ้างว่าเธอยังเด็กเกินไปที่จะบริหารเงิน และคอยขัดขวางอาชีพใหม่อย่างการไลฟ์สดขายของ เพราะกลัวว่าหากลูกสาวหาเงินได้เองและมีอิสระทางการเงินแล้ว ตนเองจะสูญเสียอำนาจ" ในการควบคุมชีวิตลูกสาว
อดีตแชมป์โอลิมปิกใจเด็ดไม่ยอมจำนนต่อกรงขังของครอบครัว เจ้าตัวมุ่งมั่นเรียนรู้การขายของออนไลน์ เรียนภาษาอังกฤษเพื่อเป้าหมายการเป็นกรรมการระดับโลก และหัดขับรถ พร้อมโพสต์ข้อความสะเทือนใจถึงแม่ว่า "หนูอยากกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง"
ด้านกระแสสังคมพากันรุมสับบิดามารดาคู่นี้อย่างดุเดือด โดยชี้ว่านี่คือการเลี้ยงดูแบบดั้งเดิมที่เห็นแก่ตัวอย่างมาก และจงใจ "กดหัว" ลูกไว้เพื่อเอาชนะ พร้อมเรียกร้องให้คืนเงินรางวัลทุกบาททุกสตางค์ให้แก่จาง เจียฉี เพราะนั่นคือหยาดเหงื่อที่เธอควรได้ใช้มัน


