ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 15 คนทีมชาติไทย ชุดยูเนี่ยนคัพ 2026 ศึกชิงแชมป์อาเซียน โดยประเทศไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ก.ค.2569 มี 8 ทีมเข้าร่วมชิงชัยคือ ไทย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, สิงคโปร์, ไทเป, กวม และ บาร์บาเรียนส์ เอเชีย
ล่าสุดทีมชาตไทยได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบด้วย นันทัชพงษ์ ประภา, Mitchell Wells, ภานุพงศ์ พ่วงพันธ์, สเปน ปัญญาดี, กิตติพงศ์ อินนอก, กิตติพศ ภูมิสวัสดิ์, ธนโชติ เอนกจินต์, Darryn Mathee, ดีพร้อม มุสิกมาศ, อาชวิน กลีบแก้ว, Brendan Stephan Viljoen, อิทธิกร ต่างสุข, พชร พลปัถพี, ณภัส มุ้งทอง, ธนัชชา สันหมุด, ลัทธพล ล้อมงคล, สุประวีณ์ จงเจริญชัยสกุล, กีรติ แมคเอลรอย, กฤช ปภาวีร์, ประดับยศ มหายศ, ชนาธิป ชมงาม, นิติพัฒน์ บำรุงชน, อรัณย์ รัตนกาฬ, วิชภัท ทิพย์มาศ, สหรัฐ จันทร์เมือง, ธีรวิทย์ เจริญมณี, เกิดเก้า เวชโชกิตติกร, ธนวัตร แจ่มกระจ่าง, Pieter Francois Botha, Leonard Coertse Batt, รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล และ พงศกร พรหมจันทร์
โดยมี พันเอก เปรมจิรัสย์ ไทยภักดี เป็นผู้จัดการทีม ส่วนผู้ฝึกสอนมี ธาตรี ดีประดวง, พิชิต ยิ่งเจริญ, ชาตรี วรรณดิษฐ์, วิชญ์ชพงษ์ จินดาสวัสดิ์ และ สมเจตน์ อนุแสน, นักกายภาพ ฐานิสร ตันติชาติ กับ ณภัทร สุพรรณพงษ์
ในการซ้อมมวันสุดท้ายก่อนการแข่งขัน พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สหพล พลปัถพี อุปนายกสมาคม ได้เดินทางมาร่วมชมการฝึกซ้อมและยังได้มอบเสื้อแข่งขัน พร้อมทั้งให้โอวาท นอกจากนี้ พันเอก เปรมจิรัสย์ ไทยภักดี เป็นผู้จัดการทีมได้มอบเงินสนับสนุนทีมรักบี้ 15 คนเป็นจำนวน 1 แสนบาท
ส่วนการแข่งขันนัดแรกวันที่ 12 ก.ค.นี้ ทีมไทยลงสนามพบกับมาเลเซีย ในเวลา 16.00 น.ที่สนามหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ดอนเมือง กรุงเทพ โดยทีมที่ชนะจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ สำหรับ การเจอกันระหว่างไทย-มาเลเซีย ถือว่าเป็นแมตช์สุดคลาสสิค เพราะเป็นหนึ่งในคู่ปรับร่วมสมัยที่เก่าแก่ที่สุดของรักบี้อาเซียน มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี และเต็มไปด้วยการแข่งขันที่เข้มข้น ทั้งในแง่ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของทั้งสองชาติ
จุดเริ่มต้นของศึกนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) ในการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน “วชิราลงกรณ์” ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมสหพันธรัฐมาลายา ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่าง ทีมชาติไทย และ ทีมชาติมาเลเซีย อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพทุก 2 ปี และตกลงใช้ผู้เล่นชาวพื้นเมืองของแต่ละประเทศลงแข่งขัน ทำให้การแข่งขันมีความหมายในฐานะศึกแห่งศักดิ์ศรีของชาติอย่างแท้จริง
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไทยและมาเลเซียต่างผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ไม่มีทีมใดยอมกันง่าย ๆ ทุกครั้งที่พบกัน เกมมักเต็มไปด้วยการปะทะที่หนักหน่วง ความแข็งแกร่งของผู้เล่นแดนหน้า และการต่อสู้ทุกจังหวะจนเสียงนกหวีดสุดท้าย จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแมตช์คลาสสิกของรักบี้อาเซียน


