คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
ยังคงลูกผีลูกคนสำหรับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยจะเริ่มฟาดแข้งวันที่ 11 มิถุนายนนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่า ไทย จะได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดหรือไม่
แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่าหนนี้ "เวิลด์ คัพ 2026" น่าจะ "ไร้เงา" ของรัฐบาลไทย โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดกันอย่างชัดเจนว่าไม่พร้อมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ที่อาจพุ่งสูงถึง 1,700 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีแม้ฟากของรัฐบาลไทย จะปฏิเสธเสียงแข็งว่า "ไม่ซื้อ" แต่คอฟุตบอลก็ยังไม่หมดหวัง เพราะแว่วๆ มาว่าอาจมีเอกชนบางเจ้า จะจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กัน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดให้แฟนๆ ได้รับชมในรูปแบบของการ "เสียเงิน" ไม่ได้รับชมกันแบบฟรีๆ
ยุคสมัยนี้เราต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ทุกธุรกิจ ย่อมหวังผลกำไร เป็นอันเข้าใจได้ การทำธุรกิจกีฬาก็เช่นกัน การที่จะให้แฟนๆ มารับชมรายการคุณภาพกันแบบฟรีๆ มันแทบไม่มีแล้ว เพราะมันต้องมีการลงทุน ลงแรง เพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา เว้นเสียแต่ว่าอีเวนต์นั้นๆ จะมีนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ก็อาจมีการพิจารณาให้แฟนๆ ได้ดูฟรี เป็นเคสบายเคสไป
เป็นที่สังเกตได้ว่าแฟนกีฬาชาวไทยในยุคปัจจุบัน ก็ดูจะพร้อมจ่าย หรือเสียเงินไปกับอีเวนต์ที่พวกเขาต้องการรับชม เช่น ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ โมโนแม็กซ์ คว้าลิขสิทธิ์ไปนั้น ก็สามารถขายแพ็คเกจให้แก่แฟนฟุตบอลได้มากพอสมควร
หรือข้ามฟากมายัง มวย ในตอนนี้ หลายๆอีเวนต์ ก็ไม่ได้ให้แฟนๆ ดูฟรีกันแล้ว เช่น ONE ลุมพินี ช่วง Inner Circle ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก็มีการเก็บเงินในช่วงคู่ระหว่าง 18.30น. ถึง 20.30น. โดยดัน "มวยเอก" หรือระดับ "ชิงแชมป์" ไปชกกันในช่วงเวลาดังกล่าว
เคยมีโอกาสได้คุยกับทีมงาน ONE ถึงเรื่องนี้ พวกเขามั่นใจว่าคู่มวยที่จะจัดใน Inner Circle แต่ละสัปดาห์นั้น คู่ควรแก่การเสียเงินรับชม และแฟนๆ จะไม่เสียดายที่ต้องจ่าย หรือเสียค่าสมาชิกเป็นรายเดือนอย่างแน่นอน
ซึ่งดูจากผลตอบรับ ก็เหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ กระแสค่อนข้างไปในทางบวก เกี่ยวกับการจัดคู่มวยมาลง Inner Circle เพราะมีแต่ระดับยอดฝีมือทั้งนั้น แถมชิงแชมป์ยังถี่ขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก
ไม่เพียงแค่ ONE เท่านั้น ที่เริ่มเก็บเงินแฟนมวย แต่ทางค่ายเพชรยินดีของ "เสี่ยโบ๊ท" ปัจจุบัน ก็มีแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า PRYDE TV ที่เอาไว้รับชมมวยของสายศึกเพชรยินดี สำหรับแฟนๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปรับชมแบบติดขอบสนาม ก็ต้องเสียค่าบริการสำหรับการรับชมในแต่ละอีเวนต์ ไม่ได้มียิงสดให้ดูฟรีกันอีกต่อไป
ขนาดมวยเกรดตลาดล่าง อย่าง บุญมี ปะทะ สไตล์ ลักเปิด ไฟต์ที่ผ่านมา ทีแรกถ้าใครอยากรับชมก็ต้องเสียเงินไปดูใน PRYDE TV เหมือนกัน แต่ก็เหมือนเป็นบุญของคนดู เซิร์ฟเวอร์ดันรับไม่ไหว เพราะมีคนต้องการรับชมเยอะกว่าที่คาดคิด ทำให้แอปล่ม สุดท้าย "เสี่ยโบ๊ท" เลยแก้ปัญหาด้วยการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กให้ดูกันแบบฟรีๆ ไปก่อน
คิดดูว่ามวยเกรดแบบนั้นยังเก็บเงินเพื่อรับชม กลับกันมวยเกรดระดับซูเปอร์สตาร์ ถ้าเขาจะเก็บเงิน ก็ไม่ควรหยิบมาบ่นโดยสิ้นเชิง อย่างที่ ONE เริ่มเก็บเงินช่วง Inner Circle เพียงเดือนละ 199 บาท รับชมได้ทุกวันศุกร์ เดือนไหนมี 4 สัปดาห์ ก็ดูได้ 4 อีเวนต์ ถ้าเดือนไหนมี 5 สัปดาห์ ก็ดูได้ถึง 5 อีเวนต์ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคู่เล็กคู่ใหญ่
ยังไม่รวมถึงค่ายอื่นๆ เช่น AIS Play ก็เก็บเงินค่าสมาชิกแบบเหมาแพ็คเกจ 590 ต่อเดือน หากอยากดูกีฬาแบบครบๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา ทั้ง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, กอล์ฟ PGA ทัวร์, บาสเกตบอล NBA, อเมริกันฟุตบอล NFL, เทนนิสรายการระดับ ATP หรืออีเวนต์อื่นๆ ที่พวกเขาถ่ายทอดสด จะเห็นได้ว่าเงิน 590 ดูได้ขนาดนี้ ก็ไม่ได้แพงเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่ TrueVisions ก็มีแพ็คเกจสำหรับคอกีฬาโดยเฉพาะ หากอยากรับชมคอนเทนต์กีฬาแบบล้วนๆ ไม่มีภาพยนตร์มาเกี่ยวข้อง ก็จ่ายที่เดือนละ 499 บาท ได้ดูหมดทุกอย่างที่ "ทรู" ถ่ายทอดสด เพราะฉะนั้นเข้าสู่ปี 2026 แล้ว หมดยุคสำหรับคนรอดูฟรี และเข้าสู่ยุคที่ทุกคนต้อง "พร้อมจ่าย" อย่างเป็นทางการ


