xs
xsm
sm
md
lg

ISTAF เตรียมเช็คบิลสอบ 15 แข้ง-สต๊าฟตะกร้อไทยปมดราม่าศึกโลก สร้างบรรทัดฐานใหม่ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ควันหลงหลังเกมนัดชิงชนะเลิศ เซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก "อิสตาฟ เวิลด์คัพ 2025" ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังคงเดือดระอุ ล่าสุด สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) แสดงจุดยืนไม่ปล่อยผ่านพฤติกรรมฉาว โดยเตรียมสั่งเรียกตัว 12 ขุนพลนักหวดลูกพลาสติก พร้อมด้วย 3 เจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย รวม 15 ชีวิต ให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันสอบสวนทางวินัยอย่างเร่งด่วน พิสูจน์ชัด องค์กรลูกพลาสติกโลกเอาจริง และจะไม่ยอมตลกกับเรื่องไร้วินัยเด็ดขาด

ชนวนเหตุในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการประท้วงคำตัดสินของกรรมการธรรมดาๆ แต่ลุกลามไปถึงขั้นวิกฤตทางวินัย น้ำใจนักกีฬา และการเคารพกฎกติกาการแข่งขัน เพราะในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ทุกทีมต่างรู้ดีว่ามี "ช่องทางอย่างเป็นทางการ" ในการยื่นประท้วง ทว่าการเลือกที่จะเดินออกจากสนามหรือปฏิเสธที่จะแข่งขันต่อของทีมไทย นับเป็นการตบหน้าฝ่ายจัด แขวนภาพลักษณ์ของวงการตะกร้อไว้กับความเสื่อมเสีย และทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของการแข่งขันอย่างไม่มีชิ้นดี

สำหรับการตัดสินใจหักดิบส่งเรื่องทีมชาติไทยเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของ ISTAF ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนที่ทรงพลังไปถึงสังคมตะกร้อทั่วโลกวา "ไม่ว่าหน้าไหน ทีมใด นักกีฬาคนใด หรือเจ้าหน้าที่ระดับใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎ"ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่และเกียรติประวัติแชมป์โลกค้ำคอของประเทศไทย ไม่ใช่ "ตั๋วผ่านทาง" ที่จะใช้รอดพ้นจากการตรวจสอบหรือการลงทัณฑ์หากทำผิดกฎเกณฑ์

การแสดงออกที่เฉียบขาดครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ISTAF ต้องการปกป้อง "ความน่าเชื่อถือ" ของกีฬาตะกร้อในเวทีสากล เพราะหากปล่อยให้เหตุการณ์สิ้นคิดเช่นนี้ผ่านไปโดยไม่มีการลงโทษ มันจะกลายเป็นเยี่ยงอย่างที่เลวร้ายให้กับนักกีฬารุ่นหลัง และทำให้เกิดภาพจำที่ผิดๆ ว่า "อารมณ์และความกดดัน สามารถอยู่เหนือกติกาที่ตกลงกันไว้ได้" โดยคำตัดสินที่จะประกาศออกมาหลังจากนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของประเทศไทยทีมเดียว แต่จะเป็น "บรรทัดฐานใหม่" ว่าองค์กรปกครองตะกร้อโลกจะจัดการกับปัญหาความไร้วินัยอย่างไรในอนาคต

บทสรุปของเรื่องนี้ การส่ง 15 นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทยไปพิจารณาโทษ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ISTAF จะไม่ยอมให้ใครมาเล่นตลกกับความซื่อสัตย์ของการแข่งขัน เพราะกีฬาระดับโลก ย่อมต้องการวินัยระดับโลก เมื่อกติกาถูกท้าทายอย่างเปิดเผย การลงดาบที่รุนแรงจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "ความจำเป็น" เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและความเคารพในกีฬาเซปักตะกร้อให้อยู่รอดบนเวทีนานาชาติต่อไป