วันนี้ถึงแม้ศึกไทยลีก 2025-2026 จะปิดฉากไปแล้วก็ตาม แต่ถ้าจะถอดบทเรียนหรือเจาะลึกให้เห็นในบางมิติทั้งเชิงบวกและเชิงลบก็น่าจะมีให้สังเคราะห์และวิพากษ์กันได้เช่นกัน
มิติในด้านบวกหากคลี่ไปที่มูลค่าซึ่งมีการจัดอันดับล่าสุดของเว็บไซต์ Transfermarkt.com พบว่าหลังจบฤดูกาล 2025-26 ไทยลีกมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 12 ของเอเชีย และนั่งเป็นพระรองอันดับ 2 ในอาเชียน ภายใต้มูลค่าหากคิดเป็นเม็ดเงินรวมประมาณ 86.48 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,281 เพิ่มกว่าเดิม 9.64 ล้านยูโร
จากผลการดีดลูกคิดและศึกษาของเว็ปไซต์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าลีกไทยกำลังทะยานเข้าสู่ศึกลูกหนังอาชีพระดับต้นๆของเอเชีย
อย่างไรก็ตามเมื่อลีกเป็นเกมที่น่าสนใจและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลการเข้าร่วมทำศึกเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ (สิทธิและรายได้) ที่จะตามมาของแต่ละสโมสรย่อมจะคึกคักและแสวงหาโอกาสแห่งความสำเร็จตามไปด้วย
ที่น่าสนใจการสู้ศึกเพื่อนักเตะได้โชว์เพลงแข้งภายใต้เงินรางวัลที่ไม่มากไม่น้อย (10ล้านบาท) ในฤดูกาลหน้าหรือ 2026/27 นั้นเชื่อว่าแต่ละสโมสรต้องใช้ความมุ่งมั่นและทุ่มเททรัพยากรที่เกี่ยวข้องกันอย่างหลากหลายเช่นเดิม
สำหรับสโมสรที่หน้าตักหนามีน้ำเลี้ยงหรือสภาพคล่องในการสู้ศึกก็ย่อมมีโอกาสที่จะโลดแล่นและคว้าถ้วยเหนือทีมที่ทุนน้อยกว่าซึ่งหากจะเทียบเคียงระหว่างทีมที่ทุนหน้ากับพอจะมีทุนหล่อเลี้ยงก็เปรียบเสมือนการนำสิบล้อมาสู้กับตุ๊กๆหรือสามล้อก็อาจจะว่าได้
การขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันไทยลีก 1 ในฤดูกาลหน้าซึ่งมีสมาคมกีฬาลูกหนังและบริษัทไทยลีก จำกัดภายใต้การนำของ “นางฟ้าลูกหนัง” จะมีการปรับแนวทางโดยเฉพาะการเปลี่ยนโควต้านักเตะต่างชาติตามมติที่ประชุมร่วมระหว่างสมาคมฯกับสโมสรสมาชิกฟุตบอลลีก 1 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับมติที่ได้รับความเห็นชอบคือการปรับเปลี่ยนนักกีฬาต่างชาติประจำฤดูกาล 2026/27 ซึ่งในการกระชับวงล้อมปันความคิดด้วยการถกไม่เถียงภายใต้การวิเคราะห์ ซึ่งข้อดีข้อเสียแล้วปรากฎเสียงข้างมาก 12 สโมสรในไทยลีก 1 เห็นชอบให้มีการเปลี่ยนโควตานักเตะต่างชาติจากเดิมฤดูกาล 2025/26 ที่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนนักกีฬาต่างชาติสูงสุด 7 คน (รวมสัญชาติเอเชีย) บวกนักกีฬาสัญชาติอาเชียนได้ไม่จำกัดโดยลงสนามแข่งขันได้ไม่เกิน 5 คน บวกนักกีฬาสัญชาติอาเชียน อีก 2 คน
ซึ่งกฎใหม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนนักเตะต่างชาติสูงสุด จำนวน 10 คน (ไม่จำกัดสัญชาติ) และลงแข่งขันในสนามได้ไม่เกิน 7 คน
จากแนวทางที่เปลี่ยนไปหากพิจารณาถึงสโมสรแถวหน้าที่มุ่งมั่นจะกวาดแชมป์ทุกรายการย่อมจะลิงโลดและเริงร่าเมื่อการปรับเปลี่ยนกำลังเข้าทางปืนและเป้าหมาย
ด้านอรรถรสและความเข้มข้นของเกมหากส่องไปที่แฟนไทยลีกพันธุ์แท้จะได้รับแน่นอนย่อมเป็นกำไรที่จะได้สัมผัสกับลีลาของทัพนักเตะต่างชาติโดยเฉพาะทีมรักของตนเองมากขึ้น
แต่ในทางกลับกันหากพิจารณาถึงนักเตะไทยกับโอกาสในการลงสนามแสดงศักยภาพเมื่อนำมาเทียบเคียงกับนักเตะต่างชาติที่สโมสรทุ่มเงินซื้อมาต้องยอมรับว่าหากเด็กไทยฝีเท้าไม่เด็ดสะระตี่และเข้าตากุนซือก็อย่าหวังเลยว่าพลพรรคเหล่านั้นจะได้แจ้งเกิด
การปรับกฎและแนวทางที่สมาคมกีฬาลูกหนังโดยความเห็นชอบของสโมสรสมาชิกเสียงข้างมากในครั้งนี้หสกพิจารณาถึงผลที่จะกระทบต่อโอกาสของทรัพยากรหรือนักเตะไทยแล้ว อีกหนึ่งผลพวงที่จะตามมาคือการพัฒนาและยกระดับทัพช้างศึกหรือทีมชาติไทยที่จะไปต่อกรกับคู่แข่งในทัวร์นาเมนท์ต่างๆ
วันนี้เมื่อไทยลีกหรือศึกลูกหนังอาชีพระดับเบอร์หนึ่งของประเทศเดินมาถึงสี่แยกหรือเส้นทางที่ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนายกสมาคมในฐานะหัวเรือใหญ่รวมทั้งกรรมการบริหารบริษัทไทยลีกต้องศึกษาสังเคราะห์และพิจารณาถึงข้อดี และข้อเสีย
และเมื่อถึงวันนั้นหากผลกระทบที่มีต่อนักตะไทยและทีมชาติมีมากจนจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็หวังว่าการแสวงหาโอกาสและสิ่งที่ดีกว่าเพื่อเด็กไทยและทีมชาติก็น่าจะอยู่ในมิติที่สมาคมภายใต้การนำของนายหญิง นวลพรรณ ล่ำซำพึงจะพิจารณาและปรับเปลี่ยน
“เชื่อแป้ง”
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


