ภายหลังรัฐบาล “นายกหนู” แถลงนโยบายต่อรัฐบาลด้วยสาระสำคัญจะแยกการท่องเที่ยวไปรวมกับวัฒนธรรมผนวกกับจะมีการจัดตั้งกระทรวงกีฬาเพื่อขับเคลื่อนการกีฬาของชาติ
จากแนวนโยบายดังกล่าวาถ้ามีการคลอดหรือจัดตั้งกระทรวงกีฬาออกมาจริงแน่นอนคำถามที่ตามมา “สังคมได้อะไร” และจะต่างจากภารกิจภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่รัฐบาลยุคหนึ่งเห็นดีเห็นงามกำเนิดให้อยู่คู่กับสังคมมาจวบจนปัจจุบัน
แน่นอนคำตอบในมิตินี้ คงเป็นหน้าที่ของรัฐบายภายใต้การขับเคลื่อนของเจ้ากระทรวงกีฬาและทีมงานจะเป็นผู้ตอบและเคาะให้เห็น
อย่างไรก็ตามวันนี้เราไม่สามารถคาดเดามิติแห่งอนาคตได้แต่หากส่องไปที่คนในวงการกีฬาต้องยอมรับว่าล้วนแล้วแต่เห็นด้วยและกำลังวาดฝันที่จะเห็นพิมพ์เขียวและโครงสร้างของกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต
เมื่อกล่าวถึงประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาเมื่อค่ำวันวาน (12 พฤษภาคม 2569) ผู้เขียน (รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร) พร้อมด้วย “โค้ชหรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอุปนายสมาคมกีฬาลูกหนังไทยได้รับเกียรติให้ร่วมปันความคิดผ่านรายการ “คนกีฬาถาม หมอสนามตอบ” ทางBP Chammel ซึ่งมีกูรูกีฬา “บี บางปะกง” และ “คุณหมอกีฬา” นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ ดำเนินรายการ
การปันความคิดในรายการดังกล่าวนอกจากจะติดเกาะกับปรากฎการณ์ทางการกีฬาทั่วไปแล้วไฮไลท์สำคัญเจาะไปที่ กระทรวงกีฬาแห่งอนาคต
หนึ่งในมิติที่รายการสะท้อนฉากทัศน์ให้เห็นนอกจากความคาดหวังและรูปแบบการบริหารจัดการและโครงสร้างของกระทรวงกีฬาแห่งอนาคตแล้ว
ที่น่าสนใจและถือว่าเป็นกำไรของเจ้ากระทรวงกีฬาและทีมงานโดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับพิมพ์เขียวการจัดตั้งกระทรวงกีฬา
กำไรที่ว่าคือการที่ “ดร.หรั่ง” ได้ฉายภาพโมเดลหรือข้อเสนอเชิงนโยบายด้านกีฬาของคณะกรรมาธิการกีฬา วุฒิสภา เมื่อครั้งที่ตนเองร่วมอยู่ในคณะ
สำหรับโมเดลดังกล่าวกระทรวงแห่งอนาคตจะชื่อ กระทรวงกีฬาและกิจการเยาวชน ภายใต้โครงสร้างที่มีหน่วยงานดูแลและกำกับซึ่งภาพรวมเมื่อพิจารณาแล้วอาจจะไม่แตกต่างจากโครงสร้างการบริหารราชการของกระทรวงทั่วไป
แต่ (ขอขีดเส้นใต้ตัวหนา) โมเดล ซึ่งสว.ในอดีตที่ผ่านมาได้ศึกษามีหน่วยงานที่สอดคล้องและตอบโจทย์โลกในยุคเปลี่ยนผ่าน เช่นมีหน่วยงานกำกับอาทิ การกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักกิจการเยาวชน ลูกเสือ เนตรนารี สถาบันพัฒนากีฬาคนพิการ สถาบันมวยไทยแห่งชาติ และสำนักงานจริยธรรม
ธรรมาภิบาล และกฎหมายทางการกีฬา
ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ (คกช.) เป็นบอร์ดใหญ่
ขณะที่หน่วยงานอย่างสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักนโยบายและแผน สำนักประชาสัมพันธ์ก็เป็นส่วนหนึ่งในโมเดลที่คณะกรรมาธิการกีฬา สว.ได้เสนอไว้
จากภาพลักษณ์และหน้าตาที่ “โค้ชหรั่ง”ส่องให้เห็นกระทรวงกีฬาแห่งอนาคตตามที่มวลชนวาดฝันจะเป็นอย่างไรดังที่กล่าวไว้ตอนต้นซึ่งเราๆในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยคงไม่สามารถกำหนดได้แต่ผู้รับผิดชอบคือรัฐบาลซึ่งมีเจ้ากระทรวงกีฬาเป็นจอมทัพภายใต้ขุนศึกที่ได้รับการแต่งตั้งเคียงข้าง
อย่างไรก็ตามถึงแม้ชาวบ้านอย่างเราๆอาจจะไม่มีส่วนและไม่มีสิทธิ์กับการนี้ แต่วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (CIHCD KBU) และภาคีเครือข่ายประกอบด้วยโรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพ สถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) เพจ บีบางปะกง (Bebangpakong) จะเปิดเวทีเสวนาหรือถกไม่เถียงภายใต้คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 เสาหลักทั้งด้านสังคมศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจและการเมือง ด้านการบริหารจัดการองค์กรกีฬา และสื่อมวลชน
งานในวันดังกล่าวถึงแม้จะเป็นการเสวนาโต๊ะกลมและดูเหมือนว่าจะไม่ยิ่งใหญ่อลังการก็ตาม แต่เชื่อว่าประโยชน์ และอรรถรสที่สังคมและรัฐบาลจะได้รับคณะทำงานพร้อมจะจัดหนักและจัดเต็มคาราเบลอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นในวงเสวนานอกจากคณะวิทยากรจาก 4 เสาหลักแล้วก็จะแวดล้อมไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เช่น สำนักงานปลัดกระทรวง การกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา กรมการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ รวมทั้งภาคส่วนที่สนใจเข้าร่วมปันความคิดอย่างทีมงานอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ และคณะวิทยาศาสตร์การนกีฬา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เป็นต้น
สำหรับผู้สนใจทั่วไปสามารถเกาะติดขอบเวทีผ่านการไลฟ์สดทางระบบออนไลน์ทั้งเฟชบุ๊ก และยูทูป ของไทยพีบีเอส เครือสยามสปอร์ตเอ็ฟ เอ็ม 99 (คลื่นเมืองไทยแข็งแรง) และศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
อนาคตประเทศไทยจะมีการจัดตั้งกระทรวงกีฬาตามนโยบายรัฐบาลจริงแค่ไหน อย่างไร และหากคลอดออกมาหน้าตาจะตอบโจทย์หรือไม่
วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม ปัทมชาติ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพ เวทีเสวนา “หญิงเหล็กแห่งวงการกีฬาโลก” คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลกจะให้เกียรติเป็นประธานเปิดวงเสวนาและร่วมรับฟังปันความคิดภายใต้มุมมองของคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
และเหนืออื่นใดเพื่อไม่ให้งานนี้เสียเปล่าหรือโหนกระแสแล้วทิ้ง แต่ผู้เขียนและคณะทำงานจะสรุปทุกมิติที่เกิดขึ้นในเวทีเพื่อนำเสนอสำหรับรัฐบาลจะได้นำไปประกอบการพิจารณายกร่างจัดตั้งกระทรวงกีฬาต่อต่อไป
วันนี้ภาคส่วนประชาชนพร้อมจะสนองนโยบายรัฐบาล คำถามจึงมีอยู่ว่า รัฐบาลของ “นายกหนู”พร้อมจะ “ก้าวแบบพลัสๆ” ไปกับชาวเราหรือยัง
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


