รัฐมนตรีกีฬา รับปากเร่งนำข้อมูลจัดยูธโอลิมปิก 2030 เข้าหารือ นายกรัฐมนตรีด่วน ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.ให้ทันวันที่ 21 เม.ย.นี้ ย้ำเห็นด้วยในหลักการ แต่ด้วยจำนวนเงินที่จัดสูงกว่า 5,700 ล้านบาท ทำให้ต้องมาดูรายละเอียดความคุ้มค่าและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ในสภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ปกติ ด้านประธานโอลิมปิคไทย ขอบคุณรัฐมนตรีฯรับฟังและเห็นพ้องในหลายเรื่องของวงการกีฬาไทย พร้อมจะเข้ามาสางปัญหาแก้ไขโครงสร้างให้ดีขึ้น ถือเป็นทิศทางที่ดีของวงการกีฬาไทย
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และร่วมพูดคุยหารือถึงแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยมี นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมในครั้งนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ชั้น 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร C
ในโอกาสนี้ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีแก่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงของที่ระลึกจากซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ก่อนที่จะร่วมพูดคุยหารือถึงแนวทางและปัญหาในวงการกีฬาไทยร่วมกันกว่า 2 ชั่วโมง
หลังการประชุมหารือร่วมกัน นายสุรศักดิ์ ได้เผยว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เริ่มต้นพูดคุยกันผลักดันวงการกีฬากับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ เรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ที่ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 3 ประเทศสุดท้ายก่อนจะมีการตัดสินโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ซึ่งมีประเทศไทยติดอยู่ในนี้ด้วย ทั้งนี้การจัดการแข่งขันจะต้องใช้งบประมาณที่มีการทำแผนมาจากทั้งคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ 5,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบจัดการแข่งขันและจะใช้ในการเตรียมนักกีฬาอีกจำนวนหนึ่งด้วย
"ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อะไรที่สามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย ก็มีหน้าที่ในการให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องด้วยการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง และเป็นงบผูกพันธ์ที่จะต้องมีการใช้เตรียมการเป็นระยะเวลา 4 ปีนับจากนี้ ผมจะเชิญการกีฬาแห่งประเทศไทยในการดูรายละเอียดข้อมูล ดูความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประเทศชาติและคนไทยจะได้รับ เพื่อเร่งนำเรื่องเข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ก่อนจะผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันในวันอังคารที่ 21 เม.ย.นี้"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอีกว่า โดยหลักการการทำงานทุกอย่างตนจะยึดความคุ้มค่า และ ประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับเป็นหลัก ซึ่งยูธโอลิมปิกเกมส์ก็เป็นมหกรรมที่ต้องลงทุนต่อเนื่องเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพ ก็อยากจะให้มั่นใจว่าจะเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าที่สุดในภาวะที่โลกอยู่ในความไม่ปกติของสภาวะเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ
นายสุรศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องยูธโอลิมปิกแล้ว ก็ได้รับฟังเรื่องปัญหาโครงสร้างการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และเรื่องปัญหาของสมาคมกีฬา ก็รับปากว่าจะเข้าไปดูแลแก้ไขต่อไป
ด้าน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า การได้เข้าหารือพูดคุยกับรัฐมนตรีฯในวันนี้ มีหลายเรื่องที่เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาในวงการกีฬา ซึ่งท่านก็ได้เปิดรับฟังเป็นอย่างดี ส่วน เรื่องยูธโอลิมปิกก็คงต้องไปจบที่นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังมีเรื่องอื่นๆที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขหลายอย่าง ซึ่งท่านก็รับฟังและพร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหา หลังจากนี้ก็คงจะได้มีโอกาสได้เข้าพบและหารือกับรัฐมนตรีอีกหลายครั้ง เพื่อร่วมกันผลักดันและพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ไปอยู่ในจุดที่เป็นสากล และ สดใสมากขึ้นแน่นอน


