xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กราญ” นำกำลังเปิดปฎิบัติการทลายนอมินีต่างชาติ บนเกาะพะงัน 45 หมายจับ ตรวจค้น 32 เป้าหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - บิ๊กราญ รอง.ผบ.ตร.นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติเกาะพะงัน " ครั้งที่ 2 บนเกาะพะงัน 45 หมายจับ ตรวจค้น 32 เป้าหมาย เน้นย้ำนอมินี ถือครองที่ดิน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ ( 23 พ.ค.69 ) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) และ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฏหมาย พร้อมคณะ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวในพื้นที่เกาะพะงัน " จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2 กำลังกว่า 300 นาย โดยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อมุ่งเป้าดำเนินคดีกับกลุ่มคนต่างด้าวที่ใช้บริษัทนอมินีในการกว้านซื้อและครอบครองที่ดิน


ทางพนักงานสอบสวน ที่นำทีมโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่มีการดำเนินคดี กว่า 39 คดี พร้อมขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุยออกหมายค้น จำนวน 36 จุด ซึ่งเป้าหมายที่เป็นกลุ่มบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี และ ขออนุมัติหมายจับ จำนวน 45 หมายจับ ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติต่างๆ โดยได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น บริษัท เอฟบี พร็อพเพอร์ตี้ส จำกัด ตั้งอยู่ที่ 837 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน เปิดให้บริการสอนโยคะและจำหน่ายอาหาร ในชื่อ เดอะ โยคะ เฮ้าส์ เกาะพะงัน

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าว มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 8 แปลง ประมาณ 5 ไร่ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (ไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง) ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน มีคนไทยถือหุ้นร่วมกับ นายอิชาย เบอเกอร์ สัญชาติอิสราเอล เกินกว่าร้อยละ 50 ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทยแต่ในความเป็นจริง บริษัทดังกล่าว มีนายอิชาย เบอเกอร์ เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี)โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง


สรุปผลการปฏิบัติในวันนี้ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ไปซื้อและครอบครองที่ดิน บนเกาะพะงัน ถือเป็นปลายน้ำ ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 32 บริษัท ที่ดิน 45 แปลง จำนวน 40 ไร่ 11.9 ตร.ว. ศาลอนุมัติ หมายจับ 45 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 15 หมายค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 21 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

กลุ่มที่ 2 กลุ่มบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 32 บริษัท ที่ดิน 38 แปลง จำนวน 38 ไร่ 7.5 ตร.ว. ศาลได้อนุมัติหมายค้น 21 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของทั้ง 32 บริษัท และ ตามนโยบายของ ผบ.ตร. ได้เน้นยำให้มีการตรวจสอบพื้นที่และกวดขันจับกุมต่างด้าวที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ตลอดจนกลุ่มคนต่างด้าวที่อยู่อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด (Overstay)


พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง.ผบ.ตร. เปิดเผยขณะลงพื้นที่ ว่า ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มอบนโยบายเร่งด่วนจากนายกรัฐมนตรี ให้เดินหน้ากวาดล้างขบวนการนอมินี หรือการใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นและถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ จากนั้น ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตนเองเร่งกวาดล้างให้เด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การทำธุรกิจผิดกฎหมาย และแย่งอาชีพคนไทย โดยปัญหานี้สะสมตั้งแต่ปี 67 บนพื้นที่เกาะพะงัน มีการดำเนินคดีกับธุรกิจต้องสงสัยแล้ว 29 คดี ศาลพิพากษาแล้ว 2 คดี มีผู้ต้องหารวม 62 ราย แบ่งเป็นคนไทย 32 ราย และชาวต่างชาติ 30 ราย

จากการเปิดปฏิบัติการเฟส 1 ไป เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยเน้นมุ่งเป้ากลุ่มต้นน้ำและกลางน้ำ (บริษัทกฎหมาย บัญชี และบริษัทนอมินี) ดำเนินคดีรวม 37 คดี ออกหมายจับ 3 หมาย และเข้าตรวจค้น 27 หมาย พบพฤติการณ์ใช้ชื่อคนไทยที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือพนักงานในเครือมาถือหุ้นแทน และใช้บ้านเลขที่เดียวกันจดทะเบียนบริษัทต่างชาติกว่า 100 บริษัท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองที่ดินโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

“ส่วนหลังจากปฏิบัติการเฟส 2 แล้ว จะทำการประชุมร่วมกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัด และสำนักงานที่ดิน เพื่อเร่งรัดสืบสวนเส้นทางการเงิน ขยายผลขบวนการอำพรางนี้อย่างถอนรากถอนโคน พร้อมตรวจสอบเชิงลึกว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อจัดระเบียบเกาะพะงันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน ป้องกันกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมายเอาเปรียบคนท้องถิ่น และจะขยายผลกวาดล้างในลักษณะนี้ทั่วประเทศอย่างจริงจัง หากประชาชนพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่หรือสายด่วน ตร. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


รอง.ผบ.ตร.ยังกล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบเกาะพะงัน ให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม ประเทศไทยเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุน และประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2552 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจใดที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้ และ ต้องได้รับอนุญาตในรูปแบบใด กฎหมายดังกล่าวแบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็นหลายบัญชีโดยในส่วนที่สำคัญ คือ "บัญชีสอง" และ "บัญชีสาม" ธุรกิจตามบัญชีสองจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนธุรกิจตามบัญชีสาม คนต่างด้าวสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่าง ด้าวได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ในพื้นที่เกาะพะงัน แต่จะขยายผลปราบปรามในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด


ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศ ที่ สภ.เกาะพะงัน พบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ได้เกณฑ์ พนักงานสอบสวน จำนวนมาก มาทำการแยกสอบปากคำ ผู้ต้องหา พยาน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมหลักฐานพร้อมเร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งฟ้องศาล เพื่อดำเนินคดีต่อไป