xs
xsm
sm
md
lg

ปักหมุดไทยศูนย์กลางเรือสำราญเอเชีย กมธ.ท่องเที่ยว ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เปิดเวทีระความเห็นกำหนดทิศทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กมธ.ท่องเที่ยว วุฒิสภา ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน เปิดเวที "Thailand Cruise Port Infrastructure Prioritization Forum 2026" ระดมสมองกำหนดทิศทางไทยสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวโดยเรือสำราญเอเซีย


วันนี้ (14 พ.ค.69) นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานเปิดการประชุม "Thailand Cruise Port Infrastructure Prioritization Forum 2026" เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในการพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเรือสำราญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญไทย และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเรือสำราญ เข้าร่วม ณ โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (ไม้ขาว)


นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแลเการกีฬา วุฒิสภา ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB หอการค้าไทย และสมาคมเรือสำราญแห่งประเทศไทย จัดประชุม "Thailand Cruise Port Infrastructure Prioritization Forum 2026" ขึ้นในวันนี้ ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในการผลักดันให้เกิดอุตสหกรรมเรือสำราญของไทยให้มีการเติบโตเพื่อแข่งขันกับประเทศต่างๆ โดยข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ทางวุฒิสภาจะนำเสนอรัฐบาลต่อไป

นายพิศูจน์ ยังเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการปรับบทบาทของประเทศไทยจากเพียงผู้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้กลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบภายใต้ยุทธศาสตร์ “Two-Coast Strategy” ที่เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ระนอง ไปจนถึงสงขลา และแหลมฉบัง พร้อมทั้งจำแนกประเภทท่าเรือตามศักยภาพพื้นที่ ทั้งในรูปแบบเมืองท่าต้นทาง (Home Port) เมืองท่าแวะพัก (Port of Call) และท่าเรือระดับลักชัวรี (Boutique Port) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเรือสำราญโลกที่มีทิศทางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง


ด้าน นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวโดยเรือสำราญนั้น นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เข้ามาอยู่ 2-3 วัน แต่รายจ่ายที่เกิดขึ้นสูง 2-3 เท่า หอการค้าไทยได้มีการศึกษาและติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวโดยเรือสำราญมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าปัจจุบันเรือสำราญเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น โดยก่อนเกิดโควิดในปี 25019 เข้ามาประมาณ 550 เที่ยว นักท่องเที่ยว 1 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 5,000 ล้านบาท และได้หยุดไปในช่วงโควิดระบาด แต่เมื่อหลังโควิดมีการเติบโตต่อเนื่อง ปีนี้เข้ามาแล้ว 170 เที่ยว นักท่องเที่ยวประมาณ 4 แสนคน สร้างรายได้ไปแล้ว 2,000 ล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังมีปัญหาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบีบยการเข้ามาของเรือและผู้โดยสาร เช่น ยังขาดเมืองท่าต้นทาง (Home Port) เมืองท่าแวะพัก (Port of Call) ที่ได้มาตรฐานระดับสากล รวมไปถึงกฎระเบียบต่างๆ ทั้งในส่วนของ ตม.และศุลากร ซึ่งจริงๆแล้ว สายเรือต่างๆ มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนเรือสำราญในประเทศไทยมากหากแต่ยังต้องรอความพร้อมในด้านต่างๆ เท่านั่นเอง และคิดว่าประเทศไทยต้องมาสเตอร์แพลนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเรือสำราญและคณะทำงานที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ


ขณะที่ นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามากับเรือสำราญนั้นเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง กระทรวงคมนาคมพยายามที่จะบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญ มีการศึกษาโครงการก่อสร้างท่าเรือเพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ทั้งในส่วนของ Home Port และ Port of Call) ในทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เช่นที่เกาะสมุย ได้มีการศึกษาออกแบบรายละเอียดท่าเรือแล้วเสร็จใช้งบประมาณลงทุน 5,800 ล้านบาท เป็นการลงทุนแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) ในปีนี้จะมีการเสนอผลการศึกษาไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอต่อไปยัง สปค.และคณะรัฐมนตรี เห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ยังมีการศึกษาท่าเรือที่สงขลา ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่งที่ภูเก็ตนั้นจะมีการขยายหน้าท่าของท่าเรือน้ำลึกให้ยาวออกไปถึง 420 เมตร ไปทางด้านท่าเรือไทยซาโก้ พร้อมทั้งขุดลอกร่องน้ำให้ลึกและกว้าง ให้สามารถรอง
รับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้เพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะได้จากการประชุม ได้แก่ แผนลำดับความสำคัญการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือสำราญ การกำหนดบทบาทของเมืองท่าไทยในเครือข่ายการเดินเรือสำราญระดับภูมิภาค แนวทางการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน และการกำหนดหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน