xs
xsm
sm
md
lg

ลูกสาวเหยื่อแก๊งอุ้มฆ่าช็อก หลังปลัดวี พร้อมพวก ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ลูกสาวเหยื่อแก๊งอุ้มฆ่าช็อก หลังทราบข่าวปล่อยตัวปลัดวี พร้อมลูกน้องออกจากคุกแบบไร้ข้อแม้ หลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน เหตุพนักงานอัยการส่งฟ้องไม่ทัน

เมื่อเวลา 14:00 น. วันที่ 25 มี.ค.2569 น.ส.นรกมล ชูจันทร์ ลูกสาวของนายทรงพล ธารารักษ์ ถูกกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่าอำพรางศพ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายวี ปลัดอำเภอท่าชนะกับพวกรวม 5 คน โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น คืนวันที่ 26 ธ.ค.ต่อเนื่อง 27 ธ.ค. และพบศพค่ำวันที่ 28 มี.ค.ถูกซ่อนเร้นในบ่อน้ำหลังบ้าน 1 ใน 5 คน ก่อนที่ศาลอนุมัติหมายจับ และฝากขังในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ล่าสุดสุดลูกสาวเหยื่อ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เช้าวันนี้ (25 มี.ค.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ได้มีคำสั่งปล่อยตัวปลัดวี อดีตปลัดอำเภอท่าชนะกับพวกรวม 5 คน ได้ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากหมดอำนาจฝากขัง 84 วัน ในวันที่ 24 มี.ค. เหตุอัยการสั่งฟ้องไม่ทัน

โดยจากหนังสือแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนคดีอาญา คดีดังกล่าว กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดและเป็นกรณีความตายเกิดในระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องสรุปสั่งฟ้องไปยังอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 8 โดยส่งไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และต้องมีการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ ต่อมาสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 8 ได้พิจารณาคดีแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีฆาตกรรมผู้ตายสู่ผู้อื่นทำให้ตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าได้ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ซึ่งอัยการสูงสุดเท่านั้นมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง จึงส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวน และการยื่นสั่งฟ้องต่อศาลจะต้องมีสำนวนการชันสูตรพลิกศพซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดไชยายื่นคำร้องไต่สวนต่อศาลจังหวัดไชยาในวันที่ 16 มีนาคมและศาลนัดไต่สวนในวันที่ 19 พฤษภาคม ดังนั้นนับตั้งแต่วันที่พนักงานสอบสวนได้เริ่มทำสำนวน (31 ธันวาคม ฝากขัง) ไปจนถึงวันที่ศาลนัดไต่สวนการตายเป็นระยะเวลารวม 142 วันซึ่งเกินกว่าระยะเวลาฝากขังผู้ต้องหาที่ได้เพียง 84 วัน เป็นเหตุไม่สามารถฟ้องผู้ต้องหาได้ทันในวันสุดท้ายของการฝากขังคือวันที่ 24 มีนาคม 2569

ลูกสาวเหยื่อกล้าวต่อไปว่า หลังจากทราบเรื่องรู้สึก ตกใจ ท้อใจ หวาดกลัว และรู้สึกผิดหวังกับขบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา และเกิดความกังวลหวาดกลัวห่วงใยในเรื่องของความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว และกลัวว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ส่วนหนึ่งก็ยังเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรมจากผู้มีอำนาจ พร้อมวอนผู้ที่มีความจริงใจหรือมีความตั้งใจจะช่วยเหลือผู้หญิงตัวเล็กๆที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น