xs
xsm
sm
md
lg

ภูเก็ตสนธิกำลังกว่า 100 นาย บุกตรวจที่ป่าสงวนฯ “หาดฟรีดอม” หลังชาวบ้านร้องถูกข่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ภูเก็ตสนธิกำลังกว่า 100 นาย บุกตรวจพื้นที่ป่าสงวนฯ “หาดฟรีดอม” อีกรอบ เบื้องต้นพบแล้ว 5 ราย เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ระบุ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ตามปกติ เนื่องจากถูกข่มขู่


จากกรณีประชาชนในพื้นที่ หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต ได้ร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกยึดพื้นที่และถูกข่มขู่จากกลุ่มผู้มีอิทธิพล ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยและการทำกิน หลังได้รับการร้องเรียน นายนิรัตน์ เหล่าพงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต นายเฉลิมศักดิ์ มณีศรี เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกะรน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครองจังหวัด ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ต ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ และอาสารักษาดินแดน รวมทั้งประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมปฏิบัติการ


การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดฟรีดอม ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จากการตรวจสอบ พบผู้กระทำความผิดจำนวน 5 ราย ในข้อหาบุกรุกและแผ้วถางป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย และพบว่ามีผู้กระทำความผิด 1 ราย ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามกฎหมาย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกะรน เพื่อดำเนินคดีต่อไป


นอกจากนี้ ยังตรวจพบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะที่พักอาศัย ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ป่า รวมถึงพบช้างจำนวน 4 เชือก ถูกล่ามขาทั้งสองข้างอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยได้ประสานปศุสัตว์อำเภอเมืองภูเก็ตเข้าดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้สะท้อนปัญหาว่า ไม่สามารถเข้าพื้นที่อยู่อาศัยของตนเองได้ตามปกติ เนื่องจากถูกข่มขู่และมีการใช้อาวุธ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต และขอให้ภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง


ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่า และคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป