นครศรีธรรมราช - จีนสุดแสบบุกยึดพื้นที่หาดทรายแก้วหน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์ไลฟ์ขายพระเครื่อง อ้างขออนุญาตวัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้าน ก่อนที่ตำรวจและสำนักพุทธฯ เข้าตรวจสอบและสั่งยุติทันที
วานนี้ (12 มี.ค.) ชางบ้านร้องเรียนพบมีกลุ่มคนจีนมาใช้พื้นที่ลานหาดทรายแก้ว หน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ปูชนียสถานสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ซึ่งอยู่ภายในบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถนนราชดำเนิน อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยมีการไลฟ์จำหน่ายพระเครื่อง โดยใช้แบ็คกราวด์เป็นองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านที่ผ่านไปมาอย่างมาก
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบและเข้าไปบันทึกภาพในขณะที่มีการไลฟ์ของชาวจีนหญิงชาย มีการนำระบบการไลฟ์เต็มรูปแบบ รวมทั้งมีระบบหลังบ้าน มีการเชื่อมต่อไฟฟ้าจากในพื้นที่วิหารระเบียงคตภายในเขตพุทธาวาสออกมาใช้งาน มีเจ้าหน้าที่ของวัดคอยนั่งดูแล ขณะการไลฟ์ได้มีการจำหน่ายพระเครื่องหลวงปู่ทวดและองค์จตุคามรามเทพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพได้มีชายชาวไทยที่คอยคุมเชิงอยู่ พยายามสอบถามการบันทึกภาพจะเอาไปทำอะไร โดยชายรายนี้พยายามห้ามไม่ให้เอาไปเผยแพร่
ชายรายนี้ระบุว่าได้ขออนุญาตวัดแล้ว และได้นำเอาพระเครื่องของวัดมาช่วยจำหน่าย โดยมีการไลฟ์ไปต่างประเทศ ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าเป็นคนจีนฮ่องกง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ ชายรายนี้ปฏิเสธและอ้างว่าไม่อยากให้วัดเสื่อมเสีย ที่มาไลฟ์ขายนั้นเพื่อต้องการช่วยวัดเท่านั้น ต่อมาหลังจากที่ชาวบ้านผ่านไปมาทราบเรื่องเริ่มเดินทางมาที่วัด และมีการแสดงความไม่พอใจที่วัดได้เปิดพื้นที่ให้ชาวจีนหลายคนมาขายพระบนพื้นที่ศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
ต่อมาเรื่องนี้ทราบถึง นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการด่วนให้ นายเสน่ห์ สิงห์นุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.นรากร เอียดแก้ว รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมสายตรวจเข้าตรวจสอบกลุ่มชาวจีนดังกล่าว
โดย นายเสน่ห์ สิงห์นุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ยุติการไลฟ์ทันที เนื่องจากกระทบต่อความศรัทธาและเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กำลังสร้างความไม่พอใจให้กับชาวนครศรีธรรมราช ขณะเดียวกันตำรวจได้เชิญตัวชาวจีนทั้งหมดไปยัง สภ. เพื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทางและการเข้าเมืองเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดได้ให้ความร่วมมือเก็บอุปกรณ์การไลฟ์ทั้งหมด
นายเสน่ห์ สิงห์นุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนานครศรีธรรมราช ระบุว่า ชั้นแรกนั้นต้องให้ยุติเนื่องจากการดำเนินการเช่นนี้กระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามได้ความว่าได้รับอนุญาตจากพระผู้ใหญ่ แต่เข้าใจว่าอาจเป็นการโปรโมทวัดจึงมีการอนุญาต โดยไม่ทราบว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะมาไลฟ์ขายพระกันเช่นนี้ ส่วนด้านความมั่นคงนั้นตำรวจจะรับไปดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องเช่นการเข้าเมืองเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลภายในกับผู้เกี่ยวข้องรายหนึ่งได้ความว่า กลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้มาไลฟ์ขายพระเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้ไปขออนุญาตกับพระผู้ใหญ่ในระดับเจ้าคุณรูปหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าได้รับอนุญาตแต่ไม่ได้มีลายลักษณ์อักษรใด ๆ หลังจากนั้นได้มาเปิดไลฟ์ขายพระเครื่องโดยเฉพาะกลุ่มหลวงปู่ทวดและองค์จตุคามรามเทพที่ชาวจีนนิยมศรัทธา ทราบว่ามีรายได้หลักล้านบาทต่อคืน เนื่องจากมีการใช้พื้นทีหน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทำให้มียอดจำหน่ายสูง และเมื่อชาวบ้านผ่านไปมาเห็นเข้าจึงสร้างความไม่พอใจอย่างมาก ที่เปิดให้ชาวจีนมาทำธุรกิจอย่างโจ่งแจ้งและอาจสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายการประกอบอาชีพขายสินค้าของคนต่างด้าว
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ชาวบ้านแสดงความไม่พอใจกับการบริหารจัดการวัดมาแล้ว หลังจากที่มีบรรดาสาวสวยลูกหลานชาวนครศรีธรรมราช มาแต่งกายแบบมิกซ์แอนด์แมท โดยสวมกางเกงยีนส์และห่มสไบมาถ่ายรูปบริเวณฟุตบาธนอกรั้ววัดได้สร้างสีสันความคึกคักให้อย่างมาก มีคนรุ่นใหม่มาร่วมตัวกันออกแบบเครื่องแต่งกายและมุมภาพ ปรากฎว่าวัดได้นำรูปของผู้ที่ถ่ายเหล่านั้นมาแขวนในป้ายและประกาศห้ามถ่ายรูปทำนองนี้จนมีการแจ้งความวัดกันมาแล้ว


