xs
xsm
sm
md
lg

Augustin Louis Cauchy (KO-SHE) นักคณิตศาสตร์ผู้วางรากฐานการวิเคราะห์เชิงซ้อน (Complex Analysis) (VDO Clip)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



A.L. Cauchy คือ นักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรอัจฉริยะชาวฝรั่งเศสผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นรองก็แต่ Leonhard Euler (1707-1783), Joseph Lagrange (1736-1813) และ Pierre-Simon de Laplace (1749-1827) จากการได้แสดงให้เห็นว่าทฤษฎีคณิตศาสตร์จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์อย่างมีตรรกะที่ละเอียด ถี่ถ้วน และเคร่งครัด จึงจะเป็นที่ยอมรับ การยึดใช้หลักการนี้ตลอดเวลาที่ทำวิจัยคณิตศาสตร์ Cauchy จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานของ วิชา Complex Analysis ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จำนวนเชิงซ้อน (complex number)




Augustin – Louis Cauchy เกิดที่กรุง Paris ในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ปี 1789 (รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) เพราะได้ถือกำเนิดในเดือนสิงหาคม ดังนั้นบิดาจึงตั้งชื่อแรกของลูกชายว่า Augustin สำหรับชื่อกลาง Louis นั้นมาจากนามของปู่ คือ Louis – Francis ผู้เคยเป็นนายตำรวจ ด้านมารดา เป็นทายาทของครอบครัวที่มีฐานะดี


เมื่อ Cauchy อายุ 5 ขวบ ครอบครัวได้อพยพออกจาก Paris ไปต่างจังหวัด เพราะในเวลานั้นได้เกิดความโกลาหลอลหม่านอย่างมโหฬารในฝรั่งเศส เมื่อคณะปฏิวัติที่ประสงค์จะล้มล้างการปกครองได้จับบรรดาอำมาตย์ ข้าราชบริพาร และหัวหน้าส่วนราชการระดับสูงที่ทุกจริตไปประหารชีวิตด้วยกิโยติน บิดาจึงนำครอบครัวหลบหนีไปพำนักอยู่ที่ Arcueil (อาร์คูยล์) ซึ่งเป็นหมู่บ้านในชนบทที่ขาดแคลนความสะดวกสบายของชีวิตในเมืองหลวง แต่มีบรรยากาศวิชาการที่ดีมาก เพราะที่นั่นมีบ้านของปราชญ์เคมี Claude-Louis Berthollet (1748-1822) และ ปราชญ์ฟิสิกส์ Pierre-Simon de Laplace (1749-1827) อยู่ใกล้ ๆ ดังนั้น เด็กชาย Cauchy จึงมีโอกาสได้พบปะและสนทนากับปราชญ์ทั้งสองบ่อย และนักคณิตศาสตร์อื่นๆ ที่มีชื่อเสียงเช่น Joseph-Louis Lagrange (1736-1813) เวลามาเยี่ยมด้วย แต่ที่ Arcueil ไม่มีโรงเรียนประถม ดังนั้นบิดาจึงต้องสอนหนังสือให้ลูกชายด้วยตนเอง และ Cauchy ก็เรียนเลขได้ดีมาก จน Lagrange ผู้เป็นเพื่อนสนิทของบิดารู้สึกประทับใจในความสามารถทางคณิตศาสตร์ของ Cauchy มาก

หลังจากการพักอาศัยที่ Arcueil ได้เป็นเวลา 2 ปี บิดาของ Cauchy ได้ทราบข่าวว่า Maximilien Robespierre (1758-1794) ซึ่งเป็นหัวหน้าสำคัญคนหนึ่งของคณะปฏิวัติที่มีอำนาจมากได้เสียชีวิตลง ดังนั้นครอบครัว Cauchy จึง “ปลอดภัย” และบิดาก็ได้ตัดสินใจเดินทางกลับ Paris แล้วเริ่มสร้างตัวและฐานะใหม่อีกครั้งหนึ่ง จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเลขาธิการของวุฒิสภา ที่มี Laplace เป็นประธาน

เพราะความสามารถทางคณิตศาสตร์ที่โดดเด่นมากของ Cauchy ได้ทำให้ Lagrange รู้สึกประทับใจยิ่ง เขาจึงเสนอแนะบิดาของ Cauchy ให้ส่งบุตรชายไปเรียนต่อที่ Ecole Centrale du Pantheon แต่ในเวลานั้น Cauchy มีอายุยังน้อย จึงยังไม่สามารถเข้าเรียนคณิตศาสตร์ได้ และถูกส่งไปเรียนภาษาโบราณ (กรีก ละติน) ก่อน จากนั้นก็ให้เริ่มเรียนคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา Cauchy สอบได้คะแนนรวมเป็นที่หนึ่งของประเทศ


เมื่ออายุ 16 ปี Cauchy ซึ่งต้องการจะประกอบอาชีพเป็นวิศวกรโยธา ได้สอบเข้าเรียนที่ Ecole Polytechnique และสอบได้ที่ 2 จากนักเรียน 293 คน อีกสองปีต่อมาก็ได้ไปเรียนที่ Ecole des Ponts et Chaussees ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนวิชาวิศวกรรมโยธาเพื่อให้รู้วิธีสร้างอาคาร สะพาน และถนน ขณะเรียนที่นั่น Cauchy ได้อาจารย์สอนวิชาการวิเคราะห์เชิงจริง (Real Analysis) ชื่อ André Marie Ampere (1775-1836) ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียง Cauchy สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนเกียรตินิยมดีเด่น แล้วได้ไปฝึกงานที่เมือง Cherbourg ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือที่กษัตริย์ Napoleon ที่ 1 ทรงประสงค์จะพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อเรือรบ เพื่อใช้ในการทำสงครามกับอังกฤษ ในการฝึกงานครั้งนั้น Cauchy ได้นำหนังสือ Mecanique Celeste (Celestial Mechanics) ที่ Laplace เขียน และตำรา Fonctions Analytiques (Functional Analysis) ของ Lagrange ไปอ่านในยามว่างด้วย Cauchy ชอบอ่านตำราคณิตศาสตร์มาก และสามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในหนังสือได้เป็นอย่างดี จนสามารถทำงานวิจัยเรื่อง Convex Polyhedron (รูปทรงหลายหน้าที่มีผิวนูน) ได้ ผลงานนี้ทำให้นักคณิตศาสตร์ เช่น Adrien Marie Legendre (1752 – 1833) และ Etienne Louis Malus (1775-1812) ที่ Paris เริ่มให้ความสนใจในตัว Cauchy


หลังการทำงานหนักที่ Cherbourg ได้นาน 3 ปี Cauchy รู้สึกเหนื่อยอ่อนและมีอาการซึมเศร้า จึงเดินทางกลับ Paris เพื่อพักฟื้น จนกระทั่งมีสุขภาพดีเหมือนเดิม จึงเริ่มศึกษาเรื่อง Symmetric Functions และ Symmetric Groups ผลงานทั้งสองนี้ได้ถูกส่งไปตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสาร Journal of the Ecole Polytechnique และในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกของ Cauchy วัย 23 ปี ที่เคยตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกรโยธาได้ลดลงมากแล้ว และรู้สึกรักวิชาคณิตศาสตร์มาก ดังนั้นเมื่อ Lagrange และ Laplace ให้ข้อคิดว่า ถ้า Cauchy ต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิตที่เป็นนักคณิตศาสตร์ ก็จะต้องล้มเลิกความคิดจะเป็นวิศวกร Cauchy จึงหันมาทุ่มเทศึกษาและวิจัยคณิตศาสตร์อย่างเต็มตัวและเต็มใจ
ในปี 1813 เมื่อ Lagrange ถึงแก่กรรม Cauchy วัย 24 ปี ได้ไปสมัครทำงานเป็นอาจารย์ที่สถาบันต่างๆ หลายแห่ง เช่น ที่ Ecole des Ponts et Chaussees และที่ Bareau des Longitudes แต่ไม่ได้งาน เพราะมีชื่อเสียงยังไม่โด่งดังเท่า Lagendre กับ Ampere ในขณะที่หางานทำ Cauchy รู้สึกสนใจวิธีหารากของสมการพีชคณิตที่มีกำลังสามและสี่ ถึงห้า รวมถึงวิธีคำนวณหาค่าของ Definite Integral ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นในการสร้างผลงานด้าน Complex Function Analysis ที่ทำให้ Cauchy มีชื่อเสียงโด่งดังในที่สุด


ประสบการณ์ที่ล้มเหลวในการหางานทำหลายต่อหลายครั้ง ได้ทำให้ Cauchy วัย 26 ปี ซึ่งต้องการจะร่ำรวย ได้คิดหวนกลับจะมีอาชีพเป็นวิศวกรโยธาอีก แต่สถานการณ์การเมืองในเวลานั้นได้เปลี่ยนไปมากแล้ว เพราะกษัตริย์ Napoleon ที่ 1 ทรงปราชัยในการทำสงครามกับกองทัพนายพล Nelson ของอังกฤษที่ Waterloo ทำให้พระองค์ต้องทรงสละราชบัลลังก์เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้พระเจ้า Louis ที่ 18 ซึ่งเป็นพระอนุชาในกษัตริย์ Louis ที่ 16 ที่ถูกศาลประชาชนตัดสินประหารชีวิตด้วยกิโยตีน เสด็จขึ้นครองราชย์แทน Cauchy เป็นคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์มาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 18) จึงได้รับเลือกเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งปารีส (Paris Academy of Sciences) และเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ในสาขา Analysis แห่งมหาวิทยาลัย Ecole Polytechnique เหตุการณ์นี้ทำให้ Cauchy มีศัตรูเพิ่มอีกหลายคน ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนเป็นพวกต่อต้านสถาบันกษัตริย์ แม้จะได้ครองตำแหน่งศาสตราจารย์ แต่ Cauchy ก็สอนหนังสือไม่ดี เพราะชอบสอนเนื้อหาที่ยากเกินที่นิสิตธรรมดา ๆ จะสามารถเข้าใจได้ และเมื่อเนื้อหาที่สอนก็มีมาก จนนิสิตทั่วไปไม่สามารถจะเข้าใจเนื้อหาได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ


เมื่ออายุ 28 ปี Cauchy ได้ย้ายไปเป็นอาจารย์ประจำที่ College de France เพื่อสอนเรื่องสภาวะต่อเนื่อง (Continuity) ในคณิตศาสตร์ และเงื่อนไขการลู่เข้าหรือลู่ออกของอนุกรมอนันต์ เพราะในสมัยนั้น วงการคณิตศาสตร์ยังไม่มีคำจำกัดความของสิ่งที่เรียกว่า function ดังนั้นการแทน function ที่เป็นคาบด้วยอนุกรมตรีโกณมิติ (sine, cosine) จึงทำให้เกิดประเด็นโต้แย้งว่าเป็นเรื่องที่ทำได้หรือไม่ เพื่อยุติความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง Cauchy จึงได้เรียบเรียงตำรา Analyse Algebraigue ขึ้น และให้คำจำกัดความของ Complex Function (ฟังก์ชันเชิงซ้อน) เป็นครั้งแรก โดยได้ขยายคำจำกัดความของฟังก์ชันจำนวนจริง (Real Function) ให้ครอบคลุมฟังก์ชันจำนวนเชิงซ้อนด้วย และได้กำหนดเงื่อนไขการลู่เข้า/ออกของอนุกรม เพื่อใช้ในการพิสูจน์ความต่อเนื่องของฟังก์ชัน ที่จำเป็นต้องใช้ความรู้เรื่องขีดจำกัด (Limit) เป็นพื้นฐาน ตำรา Analyse Algebraique มีเนื้อหาครอบคลุมเพียงหนึ่งในสามของหลักสูตร Cours d’ Analyse ที่ Cauchy มีหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้น จากนั้น Cauchy ก็ได้พยายามปรับปรุงหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้สอนที่สถาบัน Ecole Polytechnique แต่ทำไม่ได้ เพราะถูกบรรดาเพื่อนร่วมงานต่อต้านในประเด็นว่า หลักสูตรตามแนวคิดของ Cauchy เน้นการสอนวิชาคณิตศาสตร์บริสุทธิ์มากเกินไป และแทบไม่ให้ความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์เลย ทั้ง ๆ ที่จุดประสงค์สำคัญของสถาบัน Ecole Polytechnique คือ ต้องการผลิตวิศวกร ไม่ใช่ผลิตนักคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ ศัตรูคนสำคัญที่ต่อต้านความคิดของ Cauchy ในเรื่องนี้ คือ Simeon Poisson (1781-1840)

ในช่วงเวลานี้ Cauchy ได้ผลิตผลงานสำคัญสามชิ้น คือ

(1) ตำราที่เป็นพื้นฐานของกลศาสตร์

(2) ทฤษฎีกลศาสตร์ของสสารที่มีเนื้อต่อเนื่อง อันได้แก่ทฤษฎีด้านสมบัติยืดหยุ่น และหลักการส่งผ่านคลื่นเสียงในสสาร

(3) หลักการวิเคราะห์เชิงซ้อน เช่น การหาอนุพันธ์และปริพันธ์ (differentiate และ Integrate) ของจำนวนเชิงซ้อน รวมถึงการสร้างทฤษฎีแคลคูลัสของส่วนตกค้าง (Calculus of Residue) ด้วย


ทฤษฎีที่ Cauchy ใช้ในการวิเคราะห์เชิงซ้อนมี สมการ Cauchy – Riemann ที่นักคณิตศาสตร์ทุกคนรู้จักดี ผลงานเหล่านี้ทำให้ Cauchy ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของวิชา Complex Analysis ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้น Cauchy มีอายุเพียง 28 ปี

เมื่อมีชื่อเสียง บิดาของ Cauchy จึงคิดว่าบุตรวัย 29 ปี สมควรจะแต่งงานได้แล้ว Cauchy ได้เข้าพิธีสมรสกับ Aloise de Bure วัย 24 ปี ผู้มีบิดาเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ที่พิมพ์ตำราของ Cauchy ในวันแต่งงานซึ่งเป็นวันที่ 4 เมษายน ปี 1818 มีแขกมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทั้งนักวิชาการ นักการเมือง และพระราชวงศ์ แต่ Cauchy ไม่ได้ให้ความสำคัญในการใช้ชีวิตเป็นผู้นำครอบครัวมาก เพราะยึดติดกับความคิดที่ว่าคณิตศาสตร์จะต้องมาก่อนทุกสิ่งทุกอย่าง กระนั้น Cauchy ก็มีบุตรสาวสองคน ชื่อ Marie Francoise Alicia กับ Marie Mathilde


นอกจากจะสนใจทำวิจัยคณิตศาสตร์แล้ว Cauchy ก็ยังทำงานอื่น ๆ อีกมากเพื่อสังคม การเป็นคนเคร่งศาสนาทำให้ Cauchy รู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อคนที่ไม่นับถือพระเจ้า ตลอดจนคนที่ไม่มีศาสนา และคนที่ไม่ซื่อสัตย์ในหน้าที่การงาน จนบางครั้ง Cauchy ได้นำความศรัทธาในศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานวิชาการด้วย การกระทำเช่นนั้นจึงทำให้นักวิชาการ เช่น Evariste Galois (1811-1832) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้บุกเบิกวิชาพีชคณิตนามธรรม โดยเฉพาะทฤษฎีกรุป (Group Theory), Niels Abel (1802–1829) นักคณิตศาสตร์ชาวนอร์เวย์ ผู้ที่ได้พบว่าสมการกำลังห้าจะไม่มีคำตอบที่เป็นสูตรสำเร็จ, Simon-Denis Poisson และ Jean Poncelet (1788-1867) นักคณิตศาสตร์และวิศวกรชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและบุกเบิกวิชาคณิตศาสตร์ยุคใหม่กับวิชาเรขาคณิตเชิงฉาย (Projective Geometry) ไม่พอใจ จน Niels Abel ถึงกับกล่าวว่า “Cauchy มันบ้าแล้ว แต่ไม่มีใครสามารถจะทำอะไรมันได้ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่า วิชาคณิตศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์อย่างถ่องแท้ว่า ถูกต้อง และเป็นจริง จะต้องมีกระบวนการพิสูจน์อย่างไร” และเมื่อ Niels Abel เสนอทฤษฎีสมการของเขาให้ Cauchy ประเมิน Cauchy ได้เพิกเฉยในการอ่านผลงานต้นฉบับที่ Niels Abel เขียน จนลืมอ่าน Niels Abel ซึ่งต้องการความเห็นชอบของ Cauchy เพื่อจะได้งานทำ ได้ล้มเจ็บเป็นวัณโรค จนเสียชีวิตไปก่อนที่ Cauchy จะได้พบต้นฉบับของ Niels Abel ในอีก 10 ปีต่อมา ความบกพร่องนี้ ได้ทำให้อัจฉริยะ Niels Abel ไม่ได้รับการยกย่องในขณะที่ยังมีชีวิต

ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.กลุ่มเสรีนิยมจึงได้รับเลือกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นทั่วประเทศอีก จนพระเจ้า Charles ที่ 10 ทรงต้องสละราชบัลลังก์ให้ Duke of Bordeaux ขึ้นครองราชย์แทน แล้วพระองค์ได้เสด็จไปประทับในสก็อตแลนด์ Cauchy เองก็ต้องลี้ภัยการเมือง ไปพำนักที่เมือง Fribourg ในสวิตเซอร์แลนด์ และได้บอกเพื่อนทุกคนว่าจะไปฟื้นฟูสุขภาพของตนเอง ครั้นเมื่อไม่ได้ไปทำงานประจำที่ปารีส Cauchy ก็ถูกถอดตำแหน่งศาสตราจารย์แห่ง Ecole Polytechnique แต่ก็ยังคงสภาพความเป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences ต่อไป


ในปี 1824 Cauchy วัย 35 ปี รู้สึกยินดีและชื่นชมที่กษัตริย์ Charles ที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้า Louis ที่ 18 กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงเป็นนักอนุรักษ์นิยมที่ต่อต้านการกดขี่สื่อสารมวลชน ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ทำให้ประชาชนฝรั่งเศสเดือดร้อนมาก ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.กลุ่มเสรีนิยมจึงได้รับเลือกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นทั่วประเทศอีก จนพระเจ้า Charles ที่ 10 ทรงต้องสละราชบัลลังก์ให้ Duke of Bordeaux ขึ้นครองราชย์แทน แล้วพระองค์ได้เสด็จไปประทับในสก็อตแลนด์ Cauchy เองก็ต้องลี้ภัยการเมือง ไปพำนักที่เมือง Fribourg ในสวิตเซอร์แลนด์ และได้บอกเพื่อนทุกคนว่าจะไปฟื้นฟูสุขภาพของตนเอง ครั้นเมื่อไม่ได้ไปทำงานประจำที่ปารีส Cauchy ก็ถูกถอดตำแหน่งศาสตราจารย์แห่ง Ecole Polytechnique แต่ก็ยังคงสภาพความเป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences ต่อไป


เมื่ออายุ 42 ปี Cauchy ได้ย้ายไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Turin ในอิตาลีในตำแหน่งศาสตราจารย์ฟิสิกส์ทฤษฎี ตามคำเชิญของผู้ว่าราชการแห่งแคว้น Piedmont ตำแหน่งใหม่นี้ ทำให้ Cauchy ต้องเรียนภาษาอิตาเลียนอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถสอนที่นั่นได้ หลังจากทำงานที่ Turin ได้หนึ่งปี Cauchy ก็ได้ข่าวว่าตนได้รับเลือกเป็นสมาชิกของสมาคม Royal Society ของอังกฤษ (F.R.S.)

Cauchy ทำงานที่ Turin จนอายุ 44 ปี จึงย้ายที่ทำงาน ไปเป็นอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์ถวายพระนัดดาใน Duke of Bordeaux ที่ Prague ในเชโกสโลวาเกีย ซึ่งศิษย์ไฮโซคนนี้มีพระชันษาเพียง 13 ปี และไม่ชอบเรียนหนังสือเลย อีกทั้งชอบดูถูก Cauchy ว่ามีฐานะยากจน ตลอดเวลา 5 ปีที่ Prague Cauchy ไม่มีผลงานคณิตศาสตร์ใด ๆ ตีพิมพ์เลย แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น นั่นคือ ครอบครัวที่เขา “ทิ้ง” ไป ได้เดินทางมาอยู่ด้วยที่ Prague

ในปี 1848 Cauchy ได้เดินทางกลับดินแดนมาตุภูมิ ซึ่งในเวลานั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของ Napoleon ที่ 3 เมื่อมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ Cauchy ต้องกล่าวคำสาบานตนว่า จะถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ตลอดไป Cauchy รู้สึกทำใจไม่ได้ จึงขอลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ College de France แล้วเดินทางไปพำนักที่เมือง Sceaux ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ Paris เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 1857 โดยตั้งใจว่าจะพักผ่อนฤดูร้อนที่นั่น แต่สุขภาพของเขาได้ทรุดลงอย่างรวดเร็วมาก จนเสียชีวิตเมื่อเวลา 4 นาฬิกา ในเวลาเช้ามืดของวันที่ 23 พฤษภาคม ปี 1857 สิริอายุ 67 ปี บุตรสาวของ Cauchy เล่าว่า พ่อได้เอ่ยสามคำสุดท้าย คือ Jesus, Mary และ Joseph ก่อนสิ้นใจ

หลังจากที่ Cauchy เสียชีวิต การค้นหาเอกสารในห้องทำงานของ Cauchy ทำให้ได้พบสมุดบันทึกและต้นฉบับที่เป็นผลงานคณิตศาสตร์จำนวนมากมาย รวมถึงบทกวีที่ Cauchy ได้เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสกับภาษาละตินด้วย และพบว่าในการประชุมของสถาบัน Paris Academy ในบางครั้ง Cauchy ได้ส่งผลงานไปเผยแพร่ในลักษณะของจดหมายมากถึง 19 ฉบับ เพราะ Cauchy สามารถทำงานวิจัยหลายเรื่องได้ในเวลาเดียวกัน แต่ก็มักลืมไปว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ด้วยเหตุนี้ เอกสารหลายฉบับจึงมีเรื่องบางเรื่องที่ซ้ำกัน

ในด้านอุปนิสัยส่วนตัว Cauchy เป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจใคร เพราะสนใจและให้ความสำคัญแต่ความนึกคิดของตนเอง อีกทั้งมักคิดว่าความคิดของตนนั้นถูกเสมอ ด้วยเหตุนี้ Cauchy จึงมีศัตรูมากกว่ามิตร และมักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไม่เคยมีความรู้สึกเมตตาอารีต่อนักคณิตศาสตร์รุ่นหลัง จนใครก็ตามที่หวังจะพึ่งพา Cauchy และเดินทางมาหา ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง


ทุกวันนี้ นักคณิตศาสตร์รู้จัก Cauchy’s integral theorem, Cauchy – Riemann’s equations, Cauchy sequences, Cauchy stress tensor, Cauchy determinant, Cauchy distribution, Cauchy product, Cauchy horizon ฯลฯ


ตลอดชีวิต Cauchy มี งานวิจัย 789 ชิ้น เขียน ตำรา 5 เล่ม และมีหนังสือที่ได้รวบรวมผลงานฉบับสมบูรณ์ของตน 27 เล่ม ชื่อ Oeuvres completes d’ Augustin Cauchy



ส่วนบุคคลทั่วไปก็รับรู้ว่าบนดวงจันทร์มีหลุมอุกกาบาตหลุ่มหนึ่งชื่อ Cauchy ถนนสายหนึ่งในกรุง Paris ชื่อ Rue Cauchy นอกจากนี้ชื่อ Cauchy ก็ยังถูกนำไปสลักที่เหล็กของหอ Eiffel ด้วยเหตุผลว่า Cauchy เคยมีผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีความยืดหยุ่นของของแข็ง (เหล็ก)


อ่านเพิ่มเติมจาก : Smithies, F. (1986). "Cauchy's Conception of Rigour in Analysis". Archive for History of Exact Sciences. 36 (1): 41–61. doi:10.1007/BF00357440. JSTOR 41133794. S2CID 120781880


ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน : ประวัติการทำงาน - ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์
ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน,ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ "โลกวิทยาการ" ได้ทุกวันศุกร์