“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะถกคณะกรรมการ ป.ป.ส. ลุยสกัดกั้นแหล่งผลิตยาเสพติด ประสานประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมจัดการปัญหาระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมตำรวจปฏิบัติภารกิจปะทะเดือดวิสามัญ 2 ศพ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ที่เพชรบุรี กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสูงสุด สั่งผู้บังคับบัญชาสนับสนุนทุกด้าน
ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.30 น. วันที่ 22 ต.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
.....
นายกรัฐมนตรี กล่าวเริ่มประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 3 ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ที่ทำเนีนบรัฐบาล ซึ่งการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส.ครั้งนี้ ถือเป็นไปตามมาตรา 10 กระบวนกฎหมายยาเสพติด ที่คณะกรรมการ ป.ป.ส.จะต้องประชุมอย่างน้อย 4 ครั้ง ต่อ 1 ปี ซึ่งน่าจะมีอีกครั้งก่อนสิ้นปี โดยรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ โดยเร่งดำเนินการแหล่งผลิตยาเสพติด ก่อนที่จะถูกลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในเบื้องต้น ร่วมจัดการปัญหาที่เชื่อมโยงกันระดับภูมิภาค ตามที่ได้ทราบจากข่าวเราได้มีการปราบปรามยาเสพติด มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ยังสามารถติดตามและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยระวังจับกุมเกิดการยิงปะทะต่อสู้ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย ตำรวจสามารถตรวจยึดยาไอซ์ได้จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจนับจำนวนและตรวจสอบรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะดำเนินการ ขยายผลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ในกรณีนี้ ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ภารกิจนี้มีความเสี่ยงสูงซึ่งต้องอาศัยความชำนาญความกล้าหาญ จึงขอฝากความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย ให้ดูแลความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้บังคับบัญชาได้ให้การสนับสนุนในทุกๆด้าน เพื่อให้ภารกิจของพวกเขามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพพร้อมกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด” นายกรัฐมนตรี กล่าว


