"เจเศรษฐ์" ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่อง-ระดมเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด พร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยโดยเร็ว
วันนี้ (19 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 2/2570 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้ง และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย จังหวัดต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการทำความสะอาดบ้านเรือน ชุมชน พื้นที่สาธารณะ และเส้นทางคมนาคม กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ตลอดจนซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่กับการสำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ให้เร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ ออกสู่ทะเล เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน อีกทั้งให้ตรวจสอบและซ่อมแซมทรัพยากรที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว เพื่อนำไปสนับสนุนพื้นที่ที่ยังคงภัยอยู่ และเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป โดยให้ ปภ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ ทั้งการสนับสนุนทรัพยากร การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย รวมถึงติดตามผลการปฏิบัติงานขององค์การสาธารณกุศลในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ จังหวัดที่ประสบปัญหาในการดำเนินงานหรือมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม สามารถเสนอปัญหาและความต้องการต่อที่ประชุม เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
ในส่วนการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า ในช่วงวันที่ 22 - 27 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวันที่ 24 - 25 ตุลาคม 2569 ฝนจะเริ่มตกหนักที่ภาคใต้มากขึ้น ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง จึงได้กำชับให้จังหวัดตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร โดยยังคงระดมทรัพยากรเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 27-31 ต.ค. 69
“ให้จังหวัดเฝ้าระวังสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานและผู้นำชุมชนแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เร่งระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และภาคประชาชนทำความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล เพื่อฟื้นฟูสุขอนามัยและให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ ให้ ปภ. รวบรวมและสรุปข้อมูลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นรายกรณี และให้ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง หากต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ให้ประสานมายังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับเพิ่มเติมให้ทุกจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้จำแนกข้อมูลตามพื้นที่ พร้อมประเมินว่าแต่ละพื้นที่จะใช้เวลากี่วันในการฟื้นฟูจนกลับสู่สภาวะปกติ โดยให้จัดทำแยกตามประเภท อาทิ ถนน บ้านเรือน พื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมรายงานข้อมูลให้ ปภ. ทราบเป็นประจำทุกวัน


