“ศุภชัย” ย้อนเหตุการณ์รอยัลคลิฟ พัทยา 11 เม.ย. 2552 ชี้ บทเรียนความล้มเหลวรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามผู้นำต้องรับผิดชอบอย่างไร ย้ำ ประวัติศาสตร์ไม่เคยหายไปเพียงเพราะใครไม่อยากจดจำ
ท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่อง “โง่-ห่วย-เลว” นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย พูดย้อนเหตุการณ์บุกโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่ตนเองไม่มีวันลืม เพราะอยู่ในเหตุการณ์จริงขณะดำรงตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล
นายศุภชัย ระบุว่า วันดังกล่าวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นวิกฤตระดับประเทศ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. บุกเข้าไปในสถานที่จัดการประชุม จนรัฐบาลต้องประกาศยกเลิกการประชุม และเร่งอพยพผู้นำต่างประเทศออกจากพื้นที่
“ผมไม่ได้ฟังเรื่องนี้จากใครเล่า เพราะวันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์จริง ในฐานะรองโฆษกรัฐบาล ที่เห็นความย่อยยับของชาติต่อหน้าต่อตา!”
นายศุภชัย ระบุว่า สิ่งที่เห็นด้วยตาตนเอง คือ สถานการณ์ที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ การรักษาความปลอดภัยล้มเหลว และการประชุมระดับผู้นำประเทศต้องยุติลงอย่างกะทันหัน โดยภาพความโกลาหลในวันนั้น ยังคงเป็นภาพติดตา โดยเฉพาะภาพการหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาตัวรอดของผู้นำจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
พร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในขณะนั้น ว่า แม้ผู้บุกรุกต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่รัฐบาลและผู้นำประเทศในวันนั้น ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์อย่างไร
นายศุภชัย ย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องแต่ง ไม่ใช่ข่าวลือ และไม่ใช่สิ่งที่จะลบออกจากความทรงจำได้ พร้อมระบุว่า สำหรับตนเอง นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของความห่วยในการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
ผู้ที่อาจไม่ต้องการให้มีการรื้อฟื้นเหตุการณ์ในอดีต ว่า บางคนอาจอยากลืม หรือไม่อยากให้ใครขุดเรื่องเก่ามาพูดถึงอีก แต่ประวัติศาสตร์ไม่เคยหายไปเพียงเพราะใครบางคนไม่อยากจดจำ
“ความห่วยในอดีต ไม่ได้กลายเป็นความสามารถในปัจจุบัน เพียงเพราะเวลาผ่านไป 17 ปี”
นายศุภชัย ระบุด้วยว่า ผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ย่อมมีสิทธิพูดถึงสิ่งที่ตนเองพบเห็น พร้อมทิ้งท้ายข้อความว่า
“เพราะความห่วย ก็คือ ความห่วย ต่อให้พยายามลืมอย่างไร ประวัติศาสตร์ก็ยังจดจำ!”


