xs
xsm
sm
md
lg

ตบบ้องหูตำรวจ ปล่อยฆาตกรสูบบุหรี่ มาตรฐานผิดเพี้ยน !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไม่น่าเชื่อว่านี่คือยุคที่ทุกอย่างกลับตาลปัตร แทบทุกอย่างผิดเพี้ยนเป็นตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรนนทบุรีปล่อยให้ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.คนหนึ่ง สูบบุหรี่พ่นควันโขมงบนโรงพัก ในห้องสอบสวน รวมไปถึงยังปล่อยให้มีการแถลงข่าว ให้มีการให้สัมภาษณ์ยางเหยียดโดยที่ไม่มี “ไม่มีการสวมกุญแจมือ” ทั้งที่คนๆ นี้เพิ่งก่อคดีอุกฉกรรจ์บุกยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีมาหมาดๆ และตามข่าวยังรายงานอีกว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ใช่นั่งรอมอบตัวกับตำรวจหลังก่อเหตุ แต่ได้หลบหนีและถูกรวบตัวหลังก่อเหตุ 
 
แต่ถึงอย่างไรภาพที่ปรากฏออกมา กลับเป็นภาพที่ทางตำรวจปฏิบัติกับผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์อย่าง “ผ่อนปรน” ปล่อยให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่พ่นควันโขมง จนบางครั้งก็นึกเห็นใจนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างผู้ต้องหาต้องทนนั่งรมควันอยู่เป็นเวลานาน 
 
แน่นอนว่าภาพที่ปรากฏออกมาย่อมไม่เหมาะสม และไม่ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติของตำรวจต่อผู้ต้องหา จนในที่สุด ทางผู้บังคับบัญชาทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว จนต้องมีการสอบสวนในเรื่องนี้ รวมไปถึงการสั่งปรับจากการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ จำนวน 5 พันบาท แต่เชื่อเถอะเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็จะเงียบเลือนหายไป 
 
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือ “มาตรฐาน” การบังคับใช้กฎหมาย ความยุติธรรม และ “เส้นสาย” เพราะกรณีของ นายฉลอง เรี่ยวแรง เคยเป็น ส.ส.เป็นนักการเมือง และหากย้อนดูแบ็กกราวด์ ก็ต้องถือว่าเป็นระดับ “ผู้มีอิทธิพล” คนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งกรณีนี้มาจากคำถามที่ว่า อย่างไหนมาก่อนกันระหว่าง ผู้มีอิทธิพลกับนักการเมือง หรือ “คู่กัน” หรือเปล่า ถึงได้รับการปฏิบัติในลักษณะ “พิเศษ” มากกว่าคนอื่น 
 
ขณะเดียวกัน ล่าสุดเพิ่งเกิดกรณี ส.ส.(ปัจจุบัน) ที่ชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และในรายงานข่าวยังระบุว่า ส.ส.คนนี้จัดอยู่ในประเภท “บ้านใหญ่” อีกด้วย ซึ่งในความหมายก็ต้องส่อไปในทาง “ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น” นั่นแหละ


ตามรายงานพอสรุปความได้ว่า นายชัยชนะ คนนี้ ไปร่วมงานศพญาติพี่น้องของนักการเมืองอีกคนหนึ่ง และตามธรรมเนียม ก็มีการตั้งโต๊ะเสริฟอาหาร และมีสุรา โดยมีตำรวจระดับรองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายหนึ่งชื่อ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล และ ในวันเกิดเหตุ (8 สิงหาคม) หลังจากนั่งพูดคุยและร่ำสุราด้วยกันพักหนึ่ง ก็เกิดมีปากเสียง และมีการทำร้ายร่างกายกัน โดย ระบุว่านายชัยชนะได้ “ตบบ้องหู” รองผู้กำกับคนดังกล่าว แม้ว่าในเวลาต่อมาเมื่อมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ทั้ง นายชัยชนะ และตำรวจจะพยายามปิดเรื่องเงียบ อ้างว่าเป็นเพียงการหยอกเล่น ประสาคนรู้จักกันธรรมดาเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดี เกิดเสียงวิจารณ์จากสังคมตามมามากมาย ในหลายกรณี ทั้งกรณีของ นักการเมือง คือ นายชัยชนะ ที่บันดาลโทสะ ทำร้ายตำรวจ พร้อมทั้งบริภาษด้วยคำหยาบทำนองว่า “ไม่ช่วยหาเสียง” ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงคำถามที่คาใจว่า ทำไมตำรวจคนดังกล่าวถึงไม่แสดงอาการตอบโต้ หรือแม้แต่เพื่อนตำรวจที่นั่งร่วมโต๊ะถึงไม่ได้ห้ามปราม

จากรายงานของ โฆษกตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม รายงานผลการดำเนินการ ตามคำสั่งเป็นทอดๆ ของตำรวจ ตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาจนถึง พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 รรท.ผบก.ก.จว.นครศรีธรรมราช สั่งการให้นำชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนจากตำรวจภูธรภาค 8 เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 ณ บ้านหัวควน หมู่ 2 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ และญาติไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพมารดานายกเทศบาลตำบลปริก โดยหลังจากสวดพระอภิธรรมศพเสร็จ ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 23.30 น. ได้นั่งดื่มสุรากับนายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีปากเสียงจนทำร้ายกัน

โดยหลังจากการสอบสวน พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ฯ เสร็จ ได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ติดตามพยานบุคคลอื่นที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม และจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป การดำเนินการไม่มีปัญหาอุปสรรรคแต่อย่างใด ผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 8 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 มาสนับสนุนการปฏิบัติ

จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังท่านที่มีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวที่ได้บันทึกไว้ตามวันเวลาในสถานที่เกิดเหตุ หรือพยานหลักฐานอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน สามารถส่งให้กับ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จะพิจารณารวบรวมไว้ในสำนวนการสอบสวนและรักษาไว้เป็นความลับ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ให้ข้อมูลดังกล่าว

อย่างไรก็ดีในเรื่องดคีความก็ว่ากันไป แต่คำถามและข้อสงสัยจากสังคมยังมีอยู่สองสามประเด็นก็คือ ลักษณะการก่อเหตุของ ส.ส.คนดังกล่าว มีลักษณะเหมือนกับว่า “เหนือกว่า” ตำรวจนายนั้น ลักษณะไม่ต่างจาก “ลูกพี่ตบสั่งสอนลูกน้อง” โดยที่ในที่เกิดเหตุตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งเป็นถึงระดับรองผู้กำกับสถานี ก็ย่อมต้องมีลูกน้องร่วมวงอยู่ด้วย แต่เมื่อเกิดเหตุกลับไม่มีใครห้ามปราม หรือ “ไม่มีใครกล้าห้ามปราม” เลยหรือเปล่า

ขณะเดียวกันพฤติกรรมที่ ส.ส.คนนี้ แสดงออกมา มีเจตนาที่ชาวบ้านเรียกว่า “โชว์พาว” หรือเปล่า เพราะแม้ว่าตามรายงานระบุว่า เกิดเหตุตอนดึก แต่ภายในงานลักษณะนี้ย่อมต้องมีคนอยู่ในงานเป็นจำนวนไม่น้อย


ดังนั้น หลายกรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่กรณีของ นายฉลอง เรี่ยวแรง ที่ตำรวจปล่อยให้นั่งสูบบุหรี่ควันโขมงพร้อมแถลงข่าวให้สัมภาษณ์ยาวเหยียดบนห้องสอบสวนทั้งที่เพิ่งก่อคดีอุกฉกรรจ์มาหมาดๆ กรณีของ “ส.ส.บ้านใหญ่” ที่ชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช ตบบ้องหูตำรวจระดับรองผู้กำกับฐานไม่ยอมช่วยหาเสียง หรืออาจปันใจไปหานักการเมืองอื่นๆ หรือย้อนไปไกลกว่านั้นก็คือกรณีของ “กำนันนก” ที่จังหวัดนครปฐม ที่จ่อยิงตำรวจเสียชีวิต ทุกกรณีล้วนสะท้อนให้เห็นภาพรวมๆ ถึงความ “ไร้มาตรฐาน” ทั้งฝ่ายตำรวจ และการเมือง ในบ้านเรา ซึ่งทุกกรณีที่เกิดขึ้นทำให้ไร้หลักประกันในเรื่องการรักษากฎหมาย การอำนวยความยุติธรรมได้เลย เพราะทุกอย่าง “ขอกันได้” แบบ “หยวนๆ” กันไป อย่างนั้นหรือ !!