สส.พรรคส้ม แจงเหตุส่งเสียงเรียกร้องสันติภาพระหว่าง “มิน ออง ไลง์” เยือนรัฐสภา หลังถูกกันไม่ให้ยื่นหนังสือ วิจารณ์รัฐบาลและวุฒิสภา “ปูพรมแดงให้เผด็จการมือเปื้อนเลือด” เตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐบาล พร้อมหารือประธานรัฐสภา หาแนวทางเยี่ยมนักโทษการเมืองในเมียนมา รวมถึง “อองซาน ซูจี”
วันนี้ (7 ส.ค.) รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ชี้แจงกรณีตะโกนเรียกร้องสันติภาพระหว่างการเยือนรัฐสภาของ นายมิน ออง ไลง์ ผู้นำเมียนมา ว่า มีความตั้งใจจะยื่นหนังสือข้อเสนอเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพ ประชาธิปไตย และแก้ปัญหาข้ามพรมแดนที่กระทบต่อประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้ายื่นหนังสือโดยตรง จึงตัดสินใจแสดงออกด้วยการตะโกน เพื่อประกาศจุดยืนของฝ่าย สส.ไทย ที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย สันติภาพ และสิทธิมนุษยชน
รศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า ไทยสามารถเจรจาและสื่อสารกับรัฐบาลทหารเมียนมาได้ เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และมีปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกัน แต่ไม่จำเป็นต้องให้การต้อนรับในลักษณะ “ปูพรมแดง” ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการมอบความชอบธรรมทางการเมืองให้รัฐบาลทหาร
“เราปูพรมแดงให้กับเผด็จการมือเปื้อนเลือด และสร้างปัญหามากมายให้กับประชาชนชาวไทย หากเรามีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ ย่อมไม่สามารถวางเฉยได้ เราต้องแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ข้างสันติภาพ ประชาธิปไตย และมนุษยธรรม” รศ.อนุสรณ์ กล่าว
รศ.อนุสรณ์ วิจารณ์ด้วยว่า ภาพการต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ที่ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาอย่างเป็นทางการ เป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์การทูตของไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การสื่อสารกับรัฐบาลเมียนมาควรดำเนินควบคู่ไปกับการติดต่อฝ่ายอื่นๆ รวมถึงรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) และกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้ไทยมีบทบาทเป็นตัวกลางส่งเสริมการเจรจาสันติภาพ
สำหรับหนังสือที่ตั้งใจยื่นถึง นายมิน ออง ไลง์ มีข้อเสนอหลักให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพและประชาธิปไตย โดยยึดแนวทาง และ “จิตวิญญาณปางหลวง” ซึ่งมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างส่วนกลางกับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงสนับสนุนการฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพที่หยุดชะงักหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
อีกประเด็นคือ เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนมายังประเทศไทยอย่างมีกรอบเวลาชัดเจน ทั้งยาเสพติด ขบวนการสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ การสู้รบตามแนวชายแดน สารพิษในแม่น้ำ และมลพิษทางอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และฟื้นฟูสันติภาพกับประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม
รศ.อนุสรณ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งภายในเมียนมา โดยตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลทหารระบุว่า กำลังเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ แต่ยังมีการสู้รบและโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ชายแดน พร้อมเห็นว่า ไทยไม่ควรติดต่อเฉพาะรัฐบาลทหาร แต่ควรเปิดช่องทางกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโอกาสในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ส่วนเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่นำตัวออกจากพื้นที่หลังตะโกน รศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความเรียบร้อยระหว่างพิธีการ และตนพร้อมเดินออกจากพื้นที่เอง โดยยืนยันว่า เจตนาของการแสดงออกครั้งนี้ต้องการให้สังคมและประชาคมระหว่างประเทศ เห็นว่า ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการมอบความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมา
รศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะตั้งกระทู้ถามรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนและปัญหาข้ามพรมแดน ตลอดจนบทบาทของไทยในการส่งเสริมสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมา
ส่วนกรณี นายมิน ออง ไลง์ ระบุกับ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ว่า ไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ตะโกนนั้น รศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า หากมีเจตนาเช่นนั้นก็ยินดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ตนจะหาโอกาสเข้าพบ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อหารือว่า คณะ สส.จะสามารถมีบทบาทผ่านกลไกรัฐสภาในการส่งเสริมสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยในเมียนมาได้อย่างไร รวมถึงแนวทางเยี่ยมเยียนนักโทษการเมือง เพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่และการปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขัง ซึ่งรวมถึงการหารือถึงความเป็นไปได้ในการเยี่ยมนางอองซาน ซูจี ต่อไป


