วุฒิสภาเดินหน้าปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินครั้งใหญ่ ดันแพลตฟอร์ม NDEMS เชื่อมตำรวจ-ปภ.-สพฉ.เป็นระบบเดียว ยกระดับ 1669 ด้วย AI ข้อมูลเรียลไทม์ ตั้งเป้าลดเวลาช่วยชีวิต เสนอ ครม.ประกาศเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้คณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วุฒิสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมและศึกษาดูงานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ว่า คณะทำงานได้กำหนดแนวทางบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินแบบไร้รอยต่อ (End-to-End Emergency Medical Operations & Data Integration) เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน
สาระสำคัญคือการเชื่อมการทำงานของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ สพฉ. ให้ทำงานบนระบบเดียว ตั้งแต่รับแจ้งเหตุ ควบคุมพื้นที่ ค้นหาและกู้ภัย ปฐมพยาบาล ส่งต่อผู้ป่วย เชื่อมสิทธิการรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ภายใต้หลัก “ช่วยชีวิตมาก่อน” และการสั่งการแบบเอกภาพ (Unity of Command)
คณะทำงานยังเห็นชอบให้ยกระดับบทบาทของ สพฉ. จากผู้ให้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สู่การเป็น System Integrator ของประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง National Digital Emergency Medical System (NDEMS) ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างทุกหน่วยงาน พร้อมใช้ AI วิเคราะห์อาการผู้ป่วย ระบบระบุตำแหน่งผู้แจ้งเหตุอัตโนมัติ (AML) การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และ Big Data เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 มากกว่า 100 ศูนย์ หน่วยปฏิบัติการกว่า 10,000 หน่วย บุคลากรกว่า 100,000 คน และเครือข่ายสถานพยาบาลราว 1,000 แห่ง การพัฒนา NDEMS จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การนำทางรถกู้ชีพ การบันทึกข้อมูลดิจิทัล การรับรองสิทธิและการเบิกจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (UCEP) รวมถึงการเชื่อมต่อกับกระทรวงสาธารณสุข กสทช. ปภ. อปท. สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับแผนดำเนินงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วนภายใน 180 วัน จัดตั้งกลไกกำกับร่วมและมาตรฐานข้อมูลกลาง ระยะที่สองภายในปี 2569 ขยายการใช้งาน NDEMS และยกระดับศูนย์สั่งการ 80 แห่ง และระยะยาวช่วงปี 2570-2572 นำ AI, Telemedicine และระบบ AML มาใช้ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีรับรอง 6 ข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีสาระสำคัญคือ การประกาศให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ รับรอง NDEMS เป็นแพลตฟอร์มกลางระดับชาติ กำหนดมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลและธรรมาภิบาลข้อมูล พร้อมผลักดันการบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อยกระดับระบบกู้ชีพไทยให้ทันโลกดิจิทัลและเพิ่มโอกาสช่วยชีวิตประชาชนในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน


