xs
xsm
sm
md
lg

ลือหึ่ง!“ทนายนามสกุลคล้ายคนดัง” เคยคิดคุกคดียาเสพติด ฟอกตัวสมัครทนายรอบใหม่ จับตา“สภาทค.” สอบคุณสมบัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จ่อร้องสอบทนายชื่อดัง หลังถูกกล่าวหาเคยรับโทษจำคุกคดียาเสพติด ก่อนเปลี่ยนชื่อกลับมา เข้าวงการ จับตาสภาทนายความจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุณสมบัติตามกฎหมายหรือไม่

แหล่งข่าวจากกระบวนการยุติธรรมเปิดเผยว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนต่อสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ตรวจสอบทนายความชื่อดังในภาคอีสานรายหนึ่ง โดยกล่าวอ้างว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายขัดมรรยาททนายความ และอาจใช้ข้อมูลหรือเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง อาจเข้าข่ายต้องพ้นจากการเป็นทนายความ และอาจมีความรับผิดตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าทนายชื่อดังเคยต้องโทษตามคำพิพากษาคดีอาญาที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ไม่ใช่ความผิดประมาทหรือลหุโทษ) แต่มีการเเก้ไขและลบประวัติการจำคุกตามคำพิพากษาในคดียาเสพติด จากคำพิพากษาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลจังหวัดพล และรับโทษจำคุกในเรือนจำจังหวัดพลตั้งเเต่ปี 2542 - 2558 โดยพนักงานสอบสวน ชุดจับกุมรวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่าช่วงนั้นมีการจับกุมทนายชื่อดัง และรับโทษในเรือนจำจริงกว่า 16 ปี

“ต่อมาเมื่อพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัว ทนายชื่อดัง ได้เปลี่ยนชื่อนามสกุล และได้ประกอบอาชีพทนายความจนถึงปัจจุบัน และยังมีนามสกุลพ้องกับทนายความคนหนึ่งในภาคอีสานใต้ที่เคลื่อนไหวร้องเรียนทางการเมืองหลายวาระ”

เเหล่งข่าวแจ้งว่าทนายความรายนี้ได้ใช้สิทธิการล้างประวัติการต้องโทษจำคุก จากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของแนวคิดอดีตนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ที่วางเป้าหมายเพื่อนำรายชื่อของประชาชนที่ถูกศาลยกฟ้อง หรือมีโทษปรับ หรือโทษเล็กน้อย ออกจากทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งหลังปรับปรุงข้อมูลดังกล่าว ทำให้บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรเหลือ3ล้านกว่าราย จากทั้งหมดกว่า 13 ล้านราย ซึ่งจำนวนประชาชนที่ถูกลบรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรไปแล้วกว่า 9 ล้านคน ส่วนที่เหลือพบว่าคดียังไม่ถึงที่สุด

“มีทนายความรายหนึ่งที่เป็นคนใกล้ชิดกับทนายคนชื่อดัง ประสานกับอดีตรองผบ.ตร. ในช่วงเวลาดังกล่าวให้ประสานสั่งการ ผกก.สถานีตำรวจเเห่งหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อลบประวัติการต้องโทษจำคุกของทนายชื่อดัง เพื่อนำข้อมูลอละประวัติส่วนบุคคลที่ไม่มีโทษจำคุกในคดียาเสพติด ไปขึ้นทะเบียนการเป็นทนายความ และคนใกล้ชิดกับทนายความคนนี้ ได้แจ้งสิทธิกับหลายฝ่ายไว้ว่า ขอสงวนสิทธิการใช้กฎหมาย PDPA ในการเปิดเผยข้อมูลประวัติการจำคุก หากข้อมูลรั่วไหลจากฝ่ายใด จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย”

เเหล่งข่า แจ้งว่า คดียาเสพติดนั้นนับเป็นภัยต่อสังคมขั้นรุนแรงและขัดศีลธรรมอันดี แม้ทนายความรายนี้จะได้รับการลงโทษและพ้นโทษตามคำพิพากษาแล้ว แม้กรมราชทัณฑ์มีนโยบายคืนคนดีสู่สังคมก็ตาม เเต่หากพิจารณาอัตราโทษที่ทนายความรายนี้ได้รับการพิพากษาให้จำคุกราว 16 ปี นับว่าเป็นอัตราโทษสูง ผนวกกับหากพิจารณาคุณสมบัติบุคคลที่ประกอบอาชีพทนายความที่ต้องขึ้นทะเบียนสมาชิกกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ในการประกอบอาชีพทนายความนั้น ทนายความคนนี้เคยรับโทษในคดียาเสพติดจริงนั้นจะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ และฝ่าฝืนพ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา35(4)(5)(6) และมาตรา67

“ต้องจับตาว่าสภาทนายความฯจะชี้แจงกรณีนี้อย่างไร และขอให้หน่วยงานต่างๆควรเปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่มีความประพฤติเสื่อมเสียถึงขั้นจำคุกต่อผู้ขอข้อมูลเพื่อป้องกันบุคคลที่กระทำผิดเเต่ไม่หลาบจำไปก่อความเดือดร้อนกับสังคม” แหล่งข่าวระบุ