สว.สำรอง -ภาคประชาชน บุกกกต. ทวงถามคืบหน้าคดีฮั้ว หลังครบ 2 ปี อัดไร้จิตวิญญาณสุจริตเที่ยงธรรม จี้ส่งศาลฎีกาตัดสิน
วันนี้ (26 มิ.ย.69) กลุ่มสว.สำรอง ภาคประชาชน และกลุ่ม ไอลอว์ รวมตัวทำกิจกรรม ทวงถามความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. และยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ พิจารณาวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยย้ำถึงการดำเนินการภายใต้หลัก ความสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส และให้ส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในคดีนี้
พลตํารวจโทคํารบ ปัญญาแก้ว ตัวแทน สว.สำรอง กล่าวว่า วันนี้ทางกลุ่มได้ออกมาทวงถามความคืบหน้าคดี หลังจากที่ที่มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2567 วันนี้เป็นวันครบรอบสองปีของการเลือก สว. และทางกลุ่ม สว.สํารอง ได้มีการติดตามทวงถามเรื่องของคดีมาโดยตลอด แต่ กกต.ยังไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดทางคดี
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนและสรุปได้ชัดที่สุดคือปกติกกต. มีหน้าที่จะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมไม่ว่าจะเป็นการเลือกสว.หรือสส.นั่นเป็นหน้าที่หลักที่ที่กกต. ต้องดำเนินการ ให้สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ที่ผ่านมาตลอดเวลา 2 ปีที่มีการออกมาเรียกร้อง กกต.ไม่เคยทำหน้าที่ตรงนี้เลยกกต. ไม่มีจิตสำนึก ว่าจะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม
"ผมขอกล่าวหาว่ากกต.ไม่มีจิตวิญญาณของคำว่าสุจริตเที่ยงธรรมในหัวใจไม่ว่าจะเป็นการเลือกไม่ว่าจะเป็นการท้วงติงใดๆที่ได้ดำเนินการมาแล้ว ทั้งในระดับของผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ไม่นำพา มีการท้วงติงของผู้สมัครสว. ที่เป็นเหตุซึ่งหน้าก็ไม่นำพาที่จะลงมาตรวจสอบและหลังจากนั้นกฎหมายต่างๆที่เขียนไว้อย่างละเอียดชัดแจ้งแต่กกต.ก็หลบเลี่ยงหลบหลีกไม่เคร่งครัดเลย ว่าตามจริงแล้วพรป.เลือกสว. พ.ศ. 2561 มีความสมบูรณ์แบบในตัวเองเป็นอย่างยิ่งถ้าหาก กกต. ได้มีความเคร่งครัดที่จะใช้บังคับใช้กฎหมายจริงๆแล้วเรื่องก็จะไม่วุ่นวายยืดยาวมาจนถึงตอนนี้"
พลตํารวจโทคํารณยังกล่าวด้วยว่า กฎหมายให้อำนาจ กกต.ทั้งก่อนการ ประกาศผลโดยที่มาตรา 59 ครอบจักรวาลแต่ก็ไม่เคยใช้ พวกเราก็เรียกร้องขอให้กกต. ใช้อำนาจตรงนี้ในตั้งแต่วันเลือกเสร็จใหม่ๆ ขอให้เปิดหีบและขอให้กกต.แม้กระทั่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการทุจริตหรือมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพัน ก็ให้ใบแดง ไว้ก่อน แต่กกต. ซึ่งมีอำนาจแต่ก็ไม่ทำ อ้างเหตุว่าต้องตรวจสอบให้ความเป็นธรรม แต่ความเป็นธรรมที่มาก็ข้างๆ คํๆ กฎหมายต่างๆแม้กระทั่งตอนหลังห้ามประกาศผลภายในเวลา 5 วัน. และจะประกาศผลได้ก็ต่อเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว แต่กกต.ก็ไม่นำพาดันทุรังประกาศทั้งๆที่มีเรื่องร้องคัดค้านอยู่อีก 47 เรื่อง โดยที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นคนพูดเอง
ขณะเดียวกันกลุ่มสว.สํารอง ออกแถลงการณ์ระบุว่า การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาต้องเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ต้องถือเอาความสุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อมีการร้องคัดค้านว่าการเลือก สว ไม่เป็นไปโดยความสุจริตเที่ยงธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กกต. ต้องพิจารณาวินิจฉัย และส่งสํานวนให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยชี้ขาด เกี่ยวกับคดีนี้เพื่อให้สังคมคลายความสงสัย หรือหากมีผู้กระทําผิดจริง ศาลจะเป็นผู้พิจารณาเอง


