xs
xsm
sm
md
lg

"หมอสรณ" ยื่น 2 หนังสือปธ.วุฒิฯ-กก.สรรหากสทช. ขอวินิจฉัยอำนาจตามกม.-ค้านกระบวนการไม่เป็นกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานกสทช. ยื่น 2 หนังสือถึงประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากสทช. ขอวินิจฉัยอำนาจตามกฎหมาย-คัดค้านกระบวนการที่อาจไม่เป็นกลาง เผย เมินเข้าชี้แจงไม่ได้เลี่ยงตรวจสอบ

วันนี้ (26มิ.ย.) นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นหนังสือ 2 ฉบับ เพื่อคัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยหนังสือฉบับแรกยื่นถึงประธานวุฒิสภา ขอให้วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และมีคำสั่งยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย ขณะที่หนังสืออีกฉบับยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อคัดค้านการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน โดยเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขาดความเป็นกลาง พร้อมแจ้งว่าจะไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากเห็นว่าประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลางยังไม่ได้รับการวินิจฉัย จึงเห็นว่าการดำเนินกระบวนการในขณะนี้ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักความเป็นธรรม

สำหรับหนังสือฉบับแรกที่ยื่นถึงประธานวุฒิสภา ประธาน กสทช. ขอให้พิจารณาและมีคำสั่งให้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ยุติการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของตน โดยให้เหตุผลว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกลับมาตรวจสอบผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้ว พร้อมอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักว่า ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเมื่อกระบวนการสรรหาแล้วเสร็จ

หนังสือยังระบุว่า ประเด็นตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาในการพิจารณา มิใช่อำนาจของคณะกรรมการสรรหา จึงขอให้ประธานวุฒิสภาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว และมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการที่เห็นว่าไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย

ส่วนหนังสืออีกฉบับซึ่งยื่นถึงประธานและกรรมการสรรหา กสทช. ประธาน กสทช.ได้คัดค้านการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา โดยระบุว่า เมื่อได้ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจแล้ว คณะกรรมการสรรหาจึงตกอยู่ในฐานะเป็น "คู่กรณี" ในเรื่องดังกล่าว แต่ยังคงทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เรียกชี้แจง และวินิจฉัยเรื่องเดียวกัน ซึ่งอาจขัดต่อหลักความเป็นกลางของการพิจารณาทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

นอกจากนี้ หนังสือยังระบุว่า การที่คณะกรรมการสรรหายังคงเดินหน้าพิจารณา ทั้งที่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหา และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ย่อมเป็นเหตุอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองขาดความเป็นกลาง และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการพิจารณา

ด้วยเหตุนี้ ประธาน กสทช. จึงขอให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติตามหลักกฎหมาย โดยยุติการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติในประเด็นอำนาจหน้าที่และข้อคัดค้านเรื่องความเป็นกลาง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า การไม่เข้าชี้แจงในครั้งนี้มิใช่การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เป็นการยืนยันว่าการตรวจสอบควรดำเนินการโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้กระบวนการที่เป็นธรรมและเป็นกลาง