xs
xsm
sm
md
lg

ยธ.มท. ดิ้น! แจงยิบปม "ร่างผังเมืองรวมเชียงใหม่" เหตุคนเมือง หวั่น! นายทุนฮุบทำเลทอง เปลี่ยนผังสีเขียว "ยกริมแม่ปิง-แม่ข่า" เป็นพาณิชยกรรมตลอดแนว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โยธาฯ มหาดไทย ดิ้น! แจงยิบปม "ร่างผังเมืองรวมเชียงใหม่" ฉบับใหม่ เหตุภาคประชาชน หวั่น! นายทุนฮุบ "ที่ดินทำเลทอง" เปลี่ยนผังสีเขียว "ยกริมแม่ปิง-แม่ข่า"ตลอดแนว พื้นที่นันทนาการ/ทางระบายน้ำสาธารณะ ไปเป็น "เขตพาณิชยกรรมที่อยู่อาศัยหนาแน่น" ชี้ ร่างฉบับใหม่ ไม่ได้มีผลต่อการลดสิทธิ์ในการเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำ ส่วนการถมดินของภาคเอกชน ยังคงอยู่ภายใต้การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนข้อกังวล 60 อปท. ต้องรับศึกหนักในการบังคับใช้กฎหมาย อ้างเป็นผังกำกับเชิงนโยบาย มิได้ลงรายละเอียดในแต่ละ อปท. ถึต้องปรับปรุงผัง ขยายเขตให้ครอบคลุม 5 อำเภอและบางส่วนของ 2 อำเภอ

วันนี้ (6 มิ.ย.2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยธ.) ออกหนังสือชี้แจง การจัดทำผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 หลังจาก ภาคประชาชน-นักวิชาการ แสดงความกังวลต่อผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับใหม่

หลังพบการปรับเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำปิงและคลองแม่ข่า เป็นเขตพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่น หวั่นกระทบระบบระบายน้ำและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต


"ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 และ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 ดังกล่าวได้ดำเนินการตามขั้นตอนและองค์ประกอบแห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562"

โดยในขั้นตอนการวางผังได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนจัดทำร่างผังเมืองรวม ประกอบด้วย การประชุมกลุ่มย่อย 15 กลุ่มพื้นที่ มีผู้เข้าร่วมประชุม 1,601 คน ในครั้งที่ 1 และ 1,435 คน ในครั้งที่ 2

นอกจากนี้ ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายหลังจัดทำร่างผังเมืองรวม มีผู้เข้าร่วมประชุม Onsite 507 คน ผู้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting 310 Users และผ่านระบบ Facebook Live 2,497 Views


ตามวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค สาธารณูปการ บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม

"ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการลดสิทธิ์ในการเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำตามที่กล่าวถึงในข่าวแต่อย่างใด"

โดยสาระสำคัญของผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดประเภทการใช้ประโยชน์ "ที่ดินตลอดแนวเส้นทางที่แม่น้ำปิงและลำคลองสายสำคัญไหล" ผ่านตามศักยภาพของพื้นที่

มีข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อควบคุมกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ การลดประสิทธิภาพและกีดขวางทางไหลของน้ำ

นอกเหนือจากการกำหนดความสูงอาคารและระยะถอยร่นเพื่อควบคุมสิ่งปลูกสร้างให้มีระยะห่างริมแม่น้ำ ห้วย ลำเหมืองที่สอดคล้องกับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 แล้ว

ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 ยังได้ใช้มาตรการทางผังเมืองเพื่อควบคุมความหนาแน่นในการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สัมพันธ์กับระบบโครงสร้างพื้นฐานเมือง

ได้แก่ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร (FAR) อัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดินต่อพื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร (BCR) รวมถึงกำหนดพื้นที่น้ำซึมผ่านของพื้นที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุม (BAF) เพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดซับน้ำให้กับเมือง บรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย

สำหรับ "การถมดินของภาคเอกชน" ยังคงอยู่ภายใต้การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขุดดินและถมดินเช่นเดียวกับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

อีกทั้งได้จัดทำแผนผังแสดงที่โล่งเพิ่มขึ้น ซึ่งมีการกำหนดที่โล่งเพื่อการสงวนรักษาการระบายน้ำตามธรรมชาติของแม่น้ำ ห้วย และลำเหมืองสาธารณะในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ควบคู่กับการจัดทำแผนผังแสดงผังน้ำ

ซึ่งกำหนดที่ดินเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่น้ำหลาก เพื่อการปรับปรุงทางน้ำในเขตคลองเดิม


สำหรับประเด็นการบังคับใช้กฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในเขตผังนั้น ขอเรียนว่าแต่เดิมพื้นที่รอบนอกส่วนใหญ่ในเขตผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2569 อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559

"ซึ่งเป็นผังกำกับเชิงนโยบาย มิได้ลงรายละเอียดในแต่ละ อปท. ซึ่ง ยธ.ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเมืองเชียงใหม่และพื้นที่ต่อเนื่อง จึงได้ดำเนินการปรับปรุงผัง โดยขยายเขตผังให้ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอและบางส่วนของ 2 อำเภอ"

เพื่อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จึงมีการจัดทำแผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ แผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง ซึ่งได้มีการออกแบบแนวถนน 18 สาย ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


"ยืนยันได้ว่า ได้ดำเนินการอย่างครบถ้วน มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดมาตรการด้านผังเมืองเพื่อควบคุมความหนาแน่นการใช้ประโยชน์ที่ดิน อนุรักษ์พื้นที่ริมน้ำ เพิ่มพื้นที่ซึมผ่านน้ำ และรักษาประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน"

มีรายงานว่า ร่างผังเมืองรวมเชียงใหม่ ฉบับปรับปรุงใหม่ หลังมีการเปิดเผยรายละเอียดของร่างผังเมืองดังกล่าว ภาครประชาชน และนักวิชาการ พบความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการจัดสรรประโยชน์ที่ดินริมแม่น้ำปิงและคลองแม่ข่าอย่างมีนัยสำคัญ

โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่นันทนาการ และพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชนในช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเส้นทางระบายน้ำสายหลักของตัวเมืองเชียงใหม่

"ทว่าในร่างผังเมืองฉบับล่าสุดนี้ กลับพบว่ามีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนพื้นที่สีเขียวริมน้ำ ให้กลายเป็นเขตพาณิชยกรรม และเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นแทน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลต่อการบริหารจัดการเมืองในอนาคตเป็นอย่างมาก"

ภาคประชาชน กังวลว่าจะ เป็นการเปลี่ยนผ่านสิทธิ์ในการเข้าถึงทัศนียภาพ และภูมิทัศน์ริมน้ำปิง จากเดิมที่เป็นสิทธิ์สาธารณะของพลเมืองทุกคน ให้ไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนเอกชน

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าผังเมืองฉบับนี้ เป็นเพียงการมุ่งแก้ไขปัญหาในอดีต มากกว่าจะเป็นการออกแบบเมืองเพื่อรองรับอนาคต

ทั้งนี้ มีการเรียกร้องให้ภาครัฐ กำหนดมาตรการทางกฎหมาย ในการดูแลรักษาพื้นที่ริมแม่น้ำอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้พื้นที่สาธารณประโยชน์ ต้องสูญหายไปและรับประกันว่า ชาวบ้านในชุมชนจะยังคงสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำปิงได้ดังเดิม

เช่นเดียวกับ "การขยายขอบเขตพื้นที่ให้ครอบคลุมกว้างขวางขึ้นอย่างมาก" ถึง 5 อำเภอ และครอบคลุมบางส่วนของอีก 2 อำเภอ รวมเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้นกว่า 1,428 ตารางกิโลเมตร

อาจจะส่งผลให้อำนาจและหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่นี้ ต้องตกไปอยู่กับ อปท. ในพื้นที่รวมกว่า 60 แห่ง.