xs
xsm
sm
md
lg

“ทักษิณ” ลิขิตเอง ทุกข์ สุข เลือกเอา!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

นาทีนี้ความรู้สึกในใจลึกๆ ของ นายทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ว่าตลอด 8 เดือนที่อยู่ในเรือนจำ เขาได้มานั่งทบทวน และได้สรุปเรื่องราวที่ผ่านมาได้หรือเปล่า หรือว่ายัง “ปลงไม่ตก” ยังคิดว่าตัวเองยัง “เหนือ” กว่าคนอื่น และการเข้ามาอยู่ในเรือนจำหรือ “ติดคุก” ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การ “ถอย” กลับมาชั่วคราวเพื่อรอจังหวะก้าวต่อไปข้างหน้าอีกหรือเปล่า ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้น ที่ตัดสินใจและสรุปได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี หากมองจากคนภายนอกเข้าไปจะเห็นว่า ตลอดเวลาที่ นายทักษิณ อยู่ในเรือนจำ สังคมภายนอกแทบจะไม่ได้กดดัน หรือว่าสนใจเขา รวมไปถึงคนในครอบครัวนี้มากนัก แม้ว่าจะมีการรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของคนในครอบครัวเข้าไปเยี่ยมตามระเบียบ โดยบางครั้งอาจมีคำถามกับกรณีที่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำมาคอยพินอบพิเทา รอต้อนรับตั้งแต่หน้าประตูไปจนถึงข้างใน ทั้งตอนขาเข้าและขาออก แม้จะเป็น “อภิสิทธิ์เล็กๆ” แต่เชื่อว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
เพราะสิ่งที่สังคมมองเห็นและเข้าใจได้ก็คือ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาในเวลา 1 ปี โดยไม่ได้บิดพลิ้ว และภาพที่ปรากฏออกมาก็คือ เขาก็ได้รับโทษจริง ซึ่งหากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าสังคมก็ไม่ได้แสดงอาการกดดันอะไรมากมาย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นตามกระบวนการราชทัณฑ์
ในทางตรงกันข้าม หากนายทักษิณ มีการเคลื่อนไหวที่ผิดแผกไปจากนี้เหมือนกับช่วงที่กลับมาประเทศไทยแล้วไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว เหมือนกรณี “ชั้น 14” โดยมีการเคลื่อนไหวในเรือนจำในลักษณะที่ถูกมองในลักษณะ “อภิสิทธิ์ชน” ที่สังคมมองเห็นแล้วรับไม่ได้ ขึ้นมาซ้ำรอยอีก เชื่อว่าภาพจะไม่ออกมาเช่นวันนี้

โดยเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เมื่อเวลา 07.40 น. นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและปล่อยตัว หลังรับโทษในเรือนจำมากว่า 8 เดือน ภายใต้เงื่อนไขพักการลงโทษและมาตรการควบคุมตามกฎหมาย โดยนายทักษิณ ได้เดินออกจากเรือนจำ สวมเสื้อขาว กางเกงสีดำ ก่อนพบครอบครัว สวมกอดลูกๆ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย สส.พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงมารอรับ พร้อมเตรียมเคารพธงชาติ และเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
ในเวลา 08.15 น. นายทักษิณ ขึ้นรถออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลูกสาวไปยังถนนงามวงศ์วาน มุ่งหน้าไปยังสำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัวในการติดกำไล อีเอ็ม

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ นายทักษิณ ก็เดินทางกลับเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่ใช้พักโทษทันที ทั้งนี้ นายทักษิณ และครอบครัว “ชินวัตร” มีนัดรวมตัวกัน เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อแรก กับนายทักษิณด้วย

ช่วงที่ นายทักษิณ เดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า มีมวลชนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอรับที่หน้าบ้าน ทันทีที่รถมาถึงได้หยุดรถ และลดกระจกลง โดยนายทักษิณ ได้ยื่นตัวออกมาจากรถ เพื่อรับไหว้และโบกมือทักทายมวลชน ทั้งนี้นายทักษิณได้เปลี่ยนเสื้อตัวใหม่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีขาว-น้ำเงิน โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวนั่งด้านข้าง
โดยสื่อมวลชนถามว่า ดีใจที่ได้กลับบ้านหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน ขณะที่สื่อต่างชาติถามว่า รู้สึกอย่างไรหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณ ได้ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศรีษะ พร้อมกล่าวว่า Relief (โล่งใจ ผ่อนคลาย)
เมื่อถามว่า 8 เดือน ได้เรียนรู้อะไรจากข้างในบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า ไปจำศีลมา ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงดีไหม นายทักษิณ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ยิ้มและยกมือไหว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาคนในครอบครัวชินวัตร อาทิ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร รวมถึงบรรดาหลานๆ ญาติพี่น้อง ได้มารอต้อนรับนายทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมกันนี้ยังมีบรรดาน้องๆ ของนายทักษิณ เข้ามารวมตัวกันในวันนี้ด้วย
ทั้งนี้ ในวันที่ 12 พ.ค. นายทักษิณ จะเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อเป็นการเช็กอัพร่างกาย หลังจากถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือน

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าวันนี้ นายทักษิณ ประสงค์จะอยู่กับครอบครัว ในวันแรกที่ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม จึงไม่มีการเปิดบ้านต้อนรับบุคลลอื่นในการเข้ามาเยี่ยม เนื่องจากจะขออยู่กับครอบครัวเป็นการส่วนตัว

ทั้งนี้ ตั้งแต่เช้า ยังไม่พบว่า มีรถของนักการเมือง และบุคคลภายนอกครอบครัวที่เข้าไปในบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่อย่างใด มีแต่รถภายในบ้านและรถของบรรดาลูกหลานของนายทักษิณที่เข้าออกเท่านั้น

นั่นเป็นบรรยากาศ ความเคลื่อนไหวที่น่ายินดีและมีความสุขของ นายทักษิณ ชินวัตร กับครอบครัว และหลังจากนี้เป็นต้นไปเขายังถูกจับตามองว่า พวกเขาจะใช้ชีวิตแบบไหน จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในบั้นปลายอยู่กับลูกหลาน หรือแม้แต่การให้คำปรึกษาทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย หากทำแบบอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ก็คงไม่มีใครวิจารณ์อะไรมากนัก เพราะรับรู้กันอยู่แล้วว่าพวกเขาเป็น “เจ้าของ” เพียงแต่ว่าอย่าสร้างกระแสให้สังคมรู้สึก “หมั่นไส้” ขึ้นมาอีก
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าหลังจากที่เขาพ้นโทษโดยสมบูรณ์แล้ว นายทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นสิทธิ์ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาที่เกิดปัญาหาก็เป็นเพราะพวกเขาไม่ยอมรับกฎหมาย ทำตัว “เหนือ” คนอื่น ซึ่งทำให้สังคมส่วนใหญ่รับไม่ได้ จึงเกิดการต่อต้าน สร้างกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นไปทั่ว รวมไปถึงมีองค์ประกอบอย่างอื่นประดังขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น “คลิปอังเคิล” ทุกอย่างก็เลยพังทลาย

ดังนั้น นาทีนี้ เชื่อว่า นายทักษิณ ชินวัตร คงสรุปบทเรียนเก่าๆ ได้ไม่มากก็น้อย ว่าในบั้นปลายชีวิตควรดำเนินชีวิตแบบไหน เพราะไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะทุกข์หรือสุขที่แท้จริง มีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด อย่างไรก็ดีหากย้อนกลับไปทบทวนจะเห็นว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม !!