xs
xsm
sm
md
lg

วิชาตัวเบาขั้นเทพที่ "บุรีรัมย์" และ "ปาฏิหาริย์" ที่สนามบินน้ำ ทำ ป.ป.ช.จมดิ่งในวิฤกตศรัทธา ** “เท้ง”คึกหลังได้นั่งหัวหน้าพรรคต่อ ประกาศล่าชื่อ สส.-สว.จัดหนัก ป.ป.ช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศักดิ์สยาม ชิดชอบ - สุชาติ ตระกูลเกษมสุข - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ วิชาตัวเบาขั้นเทพที่ "บุรีรัมย์" และ "ปาฏิหาริย์" ที่สนามบินน้ำ ทำป.ป.ช.จมดิ่งในวิฤกตศรัทธา

ประเด็นมติกรรมการ ป.ป.ช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีคดี "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" กับการ "ซุกหุ้น" ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และต่อเนื่องชนิดไปไหนมาไหน" คนนินทา หมาดูถูก" และ ยิ่งทำให้องค์กรอิสระแห่งนี้ จมดิ่งอยู่ในโซน "วิกฤตศรัทธา" ของสังคม

การตีตกคดี "ซุกหุ้นบุรีเจริญฯ" และทำความสะอาดข้อกล่าวหา การเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคม ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ของอดีตรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งบ้านใหญ่"บุรีรัมย์"ให้ใส

ทั้งที่คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญฟันไปแล้วว่า "ซุกจริง" จนต้องพ้นเก้าอี้รัฐมนตรีไปเมื่อปีนู้น แต่บอร์ดป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก บอกว่า "ไม่มีมูลทุจริต" แถมยังให้เหตุผลที่ทำให้ว่า "ขาดเจตนา" ทางอาญาและ นิติกรรมโอนหุ้นสมบูรณ์ อุปมาเหมือนป.ป.ช.อยู่กันคนละโลก กับประชาชนคนไทย

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
เรียกว่า ศาลรธน.ตัดสินผิด vs ป.ป.ช.ให้รอดแบบ"ปาฏิหาริย์" ยากเกินกว่าที่จะยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ได้

ถึงตอนนี้ สิ่งที่ถูกพูดถึงในวงกว้างนอกจากวิชาตัวเบาขั้นเทพแบบ "เหยียบหิมะไร้รอย" ของค่ายบุรีรัมย์ ยังมีการอวยยศให้ "นาย ศ." กลายเป็นบุคคลแห่งปี ที่เป็นทุกอย่างให้ "นาย" แล้ว

“นายศ.” ที่เป็นเจ้าของบริษัทฯ แต่กลับมีหลักฐาน "เบิกค่าน้ำมันรถ" ติดตามนาย ซึ่งจะเป็น "นาย" คนไหน ก็คงไม่ต้องนำสืบ
ความสัมพันธ์ระหว่าง"นาย" และ นาย ศ. เป็นที่รู้กัน แต่ป.ป.ช.เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า แม้"นาย ศ." ถือหุ้นแทน "ศักดิ์สยาม" จริงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญว่าไว้ แต่ไม่เห็นว่ารัฐมนตรีจะไปสั่งการอะไร บริษัทที่ นายศ. รับโอนหุ้นมา

ปมนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองในระดับที่ "รู้ใจ" รับหุ้นหลักร้อยล้าน ไปดูแลให้ ทำงานงกๆ ประมูลงานรัฐหลักพันล้าน จากกระทรวงที่ "ศักดิ์สยาม" คุมอยู่ โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากสั่งสักคำ!

ถ้าใครมีเพื่อนแบบ "นายศ." ก็ตัองบอกว่า ให้รักษาสุดชีวิต เพราะว่าทำให้ "นาย"แล้ว ป.ป.ช.มองว่า "ใสสะอาด" จนน่าเหลือเชื่อ
ล่าสุด เพจ"Next News"เขาขุดลึกไปถึง "หนังสือสั่งการ" ที่ “ศักดิ์สยาม” เคยเซ็นไว้ตอนดำรงตำแหน่ง สั่งให้ กรม กองต่างๆ รายงานโครงการระดับร้อยล้านขึ้นไปให้ "รัฐมนตรี" ทราบก่อน

สำหรับวงใน วิธีการแบบนี้เรียกว่าการดึงอำนาจเข้าหาตัวชัดๆ แต่ ป.ป.ช.กลับมองข้ามช็อตนี้ไป โดยบอกว่า อำนาจเซ็นสัญญาอยู่ที่ "อธิบดี"

เหตุผลดังกล่าว เป็นอีกครั้งที่ ป.ป.ช. ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า บอร์ดป.ป.ช.ชุดนี้ มาจากดาวดวงไหน? ไม่รู้หรือไร ว่า ในระบบราชการไทย ถ้าคนเป็นรัฐมนตรี "กระแอม" ทีเดียว อธิบดีก็แทบจะยกพานถวายสัญญาให้แล้ว นี่มีหนังสือสั่งการ แต่ป.ป.ช.กลับบอกว่า ไม่พบการแทรกแซง!

สุชาติ ตระกูลเกษมสุข
เพจ Next News ยังตั้งคำถามถึงท่าทีของ "สตง." หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หนึ่งในตัวละครสำคัญ ที่ ป.ป.ช. กล่าวอ้างถึง และนำมาใช้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ ตีตกกรณีการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคม ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เป็นไปด้วยกับ ป.ป.ช. หรือไม่?

การที่ ป.ป.ช.อ้างข้อมูลจาก สตง. มาเป็นเกราะกำบังในการตีตกคดี ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะ "ช่วยเหลือ" ซึ่งกันและกันหรือเปล่า?

งานนี้ต้องบอกว่า เป็น วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระที่มีเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ว่า มีป.ป.ช.ไว้เพื่อ!? หรือแค่"ตรายาง" รับใช้การเมือง?

กรณี "ศักดิ์สยาม" จากวิชาตัวเบาที่ "บุรีรัมย์" ถึง "ปาฏิหาริย์" ที่สนามบินน้ำ นี่คือดัชนีชี้วัด "วิกฤตศรัทธา" ที่รุนแรงที่สุดในปีนี้
สังคมกำลังมองว่า องค์กรที่ควรจะเป็นที่พึ่งของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กลับกลายเป็น "ร้านซักรีด" ที่คอยทำหน้าที่ให้ผู้มากบารมี !?

มติ ป.ป.ช.คราครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การช่วยให้ใครคนหนึ่งรอดพ้นความผิด แต่คือการวางบรรทัดฐานใหม่ว่า ถ้าใหญ่พอ และ มี "นอมินี" ที่ยอมตายแทนได้ รับหุ้นไปถือแทน...กฎหมายก็จะดิ้นได้

จับตาดูให้ดี "วิชาตัวเบา" จากบุรีรัมย์ครั้งนี้ เชื่อได้ว่า จะเป็น "โมเดล" ต้นแบบให้บรรดานักการเมืองทั้งหลายเอาไปใช้กันถ้วนหน้า! ..แล้วยังงี้ป.ป.ช.จะทำยังไง!?.

คณะผู้บริหารพรรคประชาชน
++ “เท้ง”คึกหลังได้นั่งหัวหน้าพรรคต่อ ประกาศล่าชื่อ สส.-สว.จัดหนัก ป.ป.ช.

หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาคำร้องคดีที่ คณะกรรมการป.ป.ช. ยื่นเอาผิด อดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา112

ศาลฯ มีคำสั่งรับคำร้องคดีนี้ไว้พิจารณา แต่ไม่ได้สั่งให้ 10 สส. (ที่เป็น สส.พรรคประชาชนในปัจจุบัน) หยุดปฏิบัติหน้าที่
ทำให้บรรยากาศการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชน เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวานนี้ (26 เม.ย.) ที่โรงแรมเมเปิล บางนา คึกคักเป็นพิเศษ เพราะ10 สส.ที่ถือว่าอยู่ “แถวหน้า” ของพรรคในยามนี้ ยังอยู่กันครบ

ที่ประชุมยังคงเสนอชื่อ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนต่อไป โดยมี “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทน “ศรายุทธิ์ ใจหลัก” ที่ลาออก หลังจากแพ้การเลือกตั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมี “สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา” อดีตสส.นครปฐม เป็นกรรมการบริหารพรรค “ชุติมา คชพันธ์” เป็นเหรัญญิกพรรค

ส่วนตำแหน่งอื่น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรค ที่เคยได้รับการคาดหมายว่าหากศาลฯสั่งให้ “เท้ง ณัฐพงษ์” ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เขาก็จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน สุดท้ายก็ยังคงเป็นรองหัวหน้าพรรคตามเดิม

โอกาสนี้ “ณัฐพงษ์” ได้พูดถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลว่าดูภายนอกเหมือนเข้มแข็ง เพราะมีเสถียรภาพหลายด้าน ทั้งจำนวนเสียงสส. มีสว.สีน้ำเงิน ที่มีอิทธิพลไปถึงองค์กรอิสระ

แต่ถ้าพิจารณาถึงเนื้อใน จะพบความ “เปราะบาง” เพราะรัฐบาล “สีน้ำเงิน” ยึดโยงกันด้วยผลประโยชน์ ทั้งบ้านใหญ่ที่มาตั้งมุ้งภายในพรรค ข้าราชการที่ได้รับประโยชน์จากการอิงแอบกับรัฐบาล และกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนพรรค
ถ้าผลประโยชน์ไม่ลงตัวเมื่อไร ก็เตรียมตัวพัง!!

เห็นตัวอย่างได้ชัด จากวิกฤตน้ำมันที่ผ่านมา ที่เผยเค้าความเปราะบางออกมา รัฐมนตรี ที่เป็น “สายเทคโนแครต” แม้จะอึดอัด ก็ต้องปิดปากเงียบ ไม่กล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และขอให้คอยดู “โครงการแลนด์บริดจ์” ว่าจะมีการแย่งชิงผลประโยชน์ จนความเปราะบาง โผล่ออกมาให้เห็นอีกหรือไม่

“เท้ง ณัฐพงษ์” บอกว่า ตรงจุดนี้ จะเป็นหน้าที่ของพรรคประชาชน ที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ภายใต้รัฐบาลที่เปราะบางแบบนี้ สังคมไทยก็จะเปราะบางตามไปด้วย และสุดท้ายรัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้!!

นอกจากนี้พรรคประชาชน จะตั้ง “ครม.เงา” เป็นหัวหอกในการตรวจสอบรัฐบาล และนำเสนอแนวทางที่ดีกว่า ที่รัฐบาลทำอยู่ ให้ประชาชนได้เห็น ได้พิจารณา

โดย “ครม.เงา” ไม่ได้เป็นเงาในทุกกระทรวง แต่จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ด้านคือ ...ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และ การปฏิรูปกฎหมาย แต่ละด้านจะมีทีมย่อยเพื่อลงไปแก้ปัญหาในระดับพื้นที่

ใน “ครม.เงา” ทั้ง 4 ด้าน จะมีใครกันบ้าง จะได้เห็นหน้า รู้รายละเอียด กันภายในเดือน เม.ย.นี้

แต่เรื่องเร่งด่วน ที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” จะทำหลังจากวันนี้ไป คือการล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระของศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.

แน่นอนว่า นอกจากคดี44 สส.แล้วยังมีประเด็นร้อน ใน“คดีศักดิ์สยาม” ที่ทั้งค้านสายตาประชาชน แล้วยังเป็นการหักมติของศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ต้องติดตามกันว่า ก่อนจะเช็กบิลรัฐบาล “พรรคส้ม” จะยื่นเช็กบิลป.ป.ช.สำเร็จหรือไม่!