สส.รทสช.ลั่นไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน คือ โรงกลั่น ชี้ ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก.ป้องกันขาดแคลนน้ำมันปี 2516 ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
วันนี้ (25 มี.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาญัตติด่วน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายโดยระบุว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจริงๆ ยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน้าปั๊มไม่มี วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ
“ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอกครับ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ ประชาชนจะเก็บภาชนะได้หรือครับ อย่างเก่งมีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร ต้องถามว่าโรงกลั่น 6 โรง และเครือข่ายของเขา ว่าน้ำมันไปไหน” นายอรรถวิชช์ กล่าว
ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อครั้งยังอยู่กระทรวงพลังงาน เมื่อปี 2568 น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล 1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร กล่าวคือในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ แต่เหตุใดหน้าปั๊มจึงไม่พอ เพราะสงครามเกิดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเกิดอาการ 2 ราคา
นายอรรถวิชช์ ชี้ว่า ราคาค้าปลีก ไม่ถึง 30 บาทหน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งไปถึง 50 บาท โรงกลั่นย่อมต้องขายให้ค้าส่งเพราะขายได้ราคาแพงกว่า เป็นเหตุให้ค้าปลีกขาดแคลนที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบแฟรนไชส์จะถูกตัดโควตา เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำไปขายค้าส่ง
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชย และเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตนมองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือ ใช้กฎหมาย พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายควรทุบโรงกลั่น โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา
“ท่านไปบอกโรงกลั่นว่าไม่ใช่ร้านทอง ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่น วันรุ่งขึ้นไปขาย 8 หมื่น ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้ เพราะรัฐไม่มีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่นซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้ขาย 5 หมื่น ก็ต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่”
นายอรรถวิชช์ แนะนำว่า รัฐบาลต้องคิดใหม่ ใช้ พ.ร.ก.ปี 2516 กำหนดราคาตายตัว เพราะใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขึ้นมาขอคณะกรรมการกองทุน ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนอยู่แล้ว
“ขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คิดว่าท่านจะทำสำเร็จ ขอให้กำลังใจ” นายอรรถวิชช์ ทิ้งท้าย


