สส.กล้าธรรม ชี้ รัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือ วิกฤตน้ำมันกำลังซ้ำรอยโควิด รัฐไร้แผนรับมือ เกษตรกรแบกราคาแพงประชาชนสิ้นหวัง เตือน พูดความจริงก่อนเศรษฐกิจพังทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน จากการเสนอของพรรคการเมืองรวม 6 พรรค นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า รัฐบาลกำลังสื่อสารสวนทางกับความเป็นจริง ปล่อยให้ประชาชนเผชิญวิกฤตน้ำมันอย่างหนักโดยไร้มาตรการที่ชัดเจน
นายสิรภพ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ แต่ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบ เนื่องจากประเทศพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางถึง 52% ซึ่งวิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนมาเกือบ 1 เดือนแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันยาวเป็นกิโลเกิดขึ้นทุกวัน แต่รัฐบาลยังออกมาบอกว่าน้ำมันมีเพียงพอ คำว่าเพียงพอของรัฐบาลคือจำกัดแค่คันละ 500 บาท นี่หรือคือความจริงที่รัฐบาลพูดกับประชาชน วันนี้ ประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อคำชี้แจงของรัฐ เนื่องจากประสบการณ์ในอดีต เช่น วิกฤตโควิด-19 ที่รัฐบาลเคยยืนยันว่าหน้ากากอนามัยเพียงพอ แต่สุดท้ายกลับขาดแคลนและราคาพุ่งสูง” นายสิรภพ กล่าว
นายสิรภพ ยังกล่าวถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา ที่ต้องซื้อน้ำมันผ่านปั๊มรายย่อยในหมู่บ้าน ซึ่งมีราคาสูงกว่าปกติ และในบางพื้นที่ราคาสูงกว่าปั๊มในเมืองหลายบาทต่อลิตร บางแห่งเพิ่มขึ้นเกือบ 10 บาท แต่ประชาชนก็จำใจต้องซื้อเพราะไม่มีทางเลือก
ทั้งนี้ ตนขอได้เรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เร่งกำหนดมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว อย่างชัดเจน พร้อมสื่อสารความจริงกับประชาชน เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยย้ำว่าประชาชนพร้อมรับความจริง หากรัฐบาลกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา
“สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำปลอบใจ แต่คือความจริงและแผนแก้ปัญหาที่ชัดเจน วันนี้รัฐบาลต้องหยุดสื่อสารแบบสร้างภาพ และเริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก่อนที่วิกฤตนี้จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้” นายสิรภพ กล่าว


