รมว.ต่างประเทศ เผยปฏิบัติการร่วมอิหร่าน-โอมาน เข้าเรือมยุรี นารี และลูกเรือไทยทั้ง 3 คนแล้ว แต่ยังไม่ยืนยันชะตากรรม ต้องรอตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมแจ้งข่าวดีอิหร่านยอมให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขอให้แจ้งชื่อก่อน ล่าสุด ยอมให้เรือของบางจากผ่านแล้ว ลำต่อไป “เอสซีจี”
วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า มีการเจรจากับอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านออกมาปฏิเสธ อีกทั้งยังมีการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยหวังว่าความพยายามด้านการทูตจะเกิดขึ้นจริง และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียด หลีกเลี่ยงการเพิ่มกำลังหรือการโจมตีเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนและความไม่แน่นอน
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือ “มยุรี นารี” ที่ลอยอยู่ในน่านน้ำอิหร่านนั้น นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยขอความร่วมมือในการเข้าช่วยเหลือลูกเรือที่ยังติดค้างอยู่ 3 คนแล้ว ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านได้แจ้งมายังกระทรวงการต่างประเทศ ว่า อิหร่านและโอมานได้ดำเนิน “ปฏิบัติการร่วม” (Joint Operation) และสามารถเข้าถึงเรือดังกล่าว รวมถึงลูกเรือทั้ง 3 คนได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทางอิหร่านและโอมานยังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมของลูกเรือได้ในขณะนี้ ซึ่งทางการไทยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และหวังว่า ทั้ง 3 คนจะปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ ลูกเรือมยุรี นารี 20 คน ได้รับความช่วยเหลือจากโอมานและเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว
นอกจากนี้ ไทยยังได้หารือกับอิหร่านเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านขอให้ไทยแจ้งรายชื่อเรือล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ไทยได้แจ้งไปแล้ว 2 ลำ ได้แก่ เรือของบางจาก และเรือของเอสซีจี เคมิคอล
โดยเรือของบางจากสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้วเมื่อวาน และกำลังมุ่งหน้ากลับประเทศไทย ขณะที่อีก 1 ลำ ยังอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ และหวังว่า จะสามารถเดินทางมาที่ประเทศไทยได้โดยปลอดภัยด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยืนยันไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งในสถานการณ์ดังกล่าว และยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศด้านเสรีภาพในการเดินเรือ พร้อมขอบคุณรัฐบาลอิหร่านและโอมานที่ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกเรือและดูแลความปลอดภัยของเรือไทย
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความคืบหน้าของลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ที่ยังต้องรอการยืนยันชะตากรรมอย่างเป็นทางการต่อไป


