xs
xsm
sm
md
lg

ไล่จับทุกปี! “บิ๊กมหาดไทย” ก้นร้อน สั่ง ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ประสาน ปค. กวดขันบ่อนพนัน “บั้งไฟแสน” หลังโซเชียลแห่แจ้งเบาะแส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บิ๊กมหาดไทย ก้นร้อน! หลังคนร้อยเอ็ด สุดทน! อ้างมีการลักลอบเปิดบ่อน “บั้งไฟแสน” ถึงขั้นมีบอก/ราคาสกอร์ -ฐานจุด ในรูปแบบบ่อนการพนันขนาดใหญ่ สั่งการด่วน “ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด-กรมการปกครอง” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามเบาะแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แห่แชร์ข้อมูลบ่อนพนันบั้งไฟ

วันนี้ (24 มี.ค.) มีรายงานจากระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยัง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และ นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ในการจัดเทศกาลบุญบั้งไฟ ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

กรณีมีประชาชนแจ้งเบาะแส ผ่านไปยังสื่อสังคมออนไลน์ ถึงการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน (บ่อนบั้งไฟ) ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งเผยข้อมูลเกี่ยวกับบ่อนดังกล่าวว่าเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

“ให้ติดตามกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น ไม่มีเคลียร์อย่างใดทั้งสิ้น”

ข้อสั่งการตอนหนึ่ง ระบุว่า กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และกรมการปกครอง บูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

พร้อมทั้งเร่งสร้างความรับรู้เข้าใจในข้อมูลที่ถูกต้องต่อพี่น้องประชาชนตลอดจนผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียได้รับทราบถึงความตั้งใจของเจ้าหน้าที่รัฐต่อการดำเนินการเอาผิดกับผู้ลักลอบกระทำความผิดเย้ยกฎหมาย

หากประชาชนมีเบาะแสการกระทำความผิดทุกเรื่อง สามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 โทร.ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นในการนำนโยบายและข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นจัดระเบียบสังคม สร้างความผาสุกให้กับสังคมไทย

โดยการปราบปรามการกระทำความผิดที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาบ่อนการพนัน ที่ทำลายความสงบสุข เพราะเป็นการมอมเมาประชาชนอันทำให้สูญเสียทรัพย์สินและบางรายหากติดพนันงอมแงมยังส่งผลต่อชีวิตและครอบครัว

ก่อนหน้านั้น สังคมโซเชียลในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด แห่แชร์ และแฮชแท็กไปถึงกระทรวงมหาดไทย รวมถึง ฝ่ายปกครอง จ.ร้อยเอ็ด รวมถึงสื่อหลายแห่ง

โดยเป็นประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่อง มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในการจุดและปล่อย หรือกระทําการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ที่เผยแพร่ผ่าน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 26 มี.ค. 2568

ตอนหนึ่งของสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า มีการ “เคลียร์ทาง” และผลประโยชน์ที่สะพัดอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าสาธารณะ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับนิ่งเงียบ ไม่ชี้แจง ไม่เร่งตรวจสอบ ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ความเงียบนั้นเองยิ่งทำลายศรัทธาของประชาชนมากกว่าคำพูดใดทั้งหมด ประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีค่าอะไร

มีการให้ข้อมูลพื้นที่ “ฐานจุดมหกรรมบั้งไฟแสน” ซึ่งมีมากกว่า 20 จุด เช่น กรณีของอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงข้อมูลราคาสกอร์ ที่ทำมาลักลอบกันทุกปี

“ข้าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเงินอุดปาก ตาบอดเลยทีเดียว การปล่อยให้การจุดบั้งไฟ แปรสภาพเป็นพื้นที่ลักษณะบ่อนพนันกลางเมือง ทั้งที่มีประกาศของจังหวัดกำกับอยู่ต่อหน้า คือ ภาพสะท้อนของความล้มเหลวของฝ่ายปกครองอย่างน่าอับอายที่สุด”