"พิพัฒน์" เผยนายกฯ สั่งด่วน! ทุกโรงกลั่นอัดฉีดน้ำมันเต็มสูบ 100% งดเก็บน้ำมันสำรองเพิ่ม หวังเติมเต็มทั่วไทยสัปดาห์นี้ ตรวจเข้ม "กักตุนน้ำมัน" ยืนยันไม่ได้มีไอ้โม่งหรือไม่ ตั้งจุดกระจายใต้ สงขลา, สุราษฎร์ กลาง บางปะอิน,สระบุรี,ศรีราชา อนุโลมประมงใช้ B20 พยุงราคาปาล์มทะลายตั้งแต่มิ.ย.
วันนี้ (23มี.ค.) ที่ทำนียบ ฯ เมื่อเวลา 15.00 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงผลการประชุมว่า
สวัสดีสื่อมวลชนและคนไทยทั้งประเทศ ถือเป็นอีกวันที่ ศบก.ได้มีการประชุมเพื่อทำความเข้าใจและซักซ้อมหารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและทางโรงกลั่นว่าขณะนี้จากภาพข่าวที่พวกเราได้เห็นกันในแต่ละวัน อาจเป็นความโกลาหล หรือตื่นตระหนกในเรื่องสถานีบริการต่างๆ เมื่อเข้าไปเติมน้ำมันแล้ว ไม่มีน้ำมันจ่าย จึงขอแจ้งให้พี่น้องคนไทยรับทราบ ซึ่งในแต่ละวันทางโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการกลั่นถึงเกือบๆหมื่นสถานีบริการ จากอดีตที่เคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ และผู้ใช้ต่างๆวันละประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงระยะนี้ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82 ถึง 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับคนใช้หรือผู้ใช้ ในประเทศไทยทั้งหมดและจากการที่เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งให้เวฟหรือให้งดการเก็บน้ำมันสำรองที่จะมีการเพิ่มน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 ในวันที่ 31 มีนาคมเพิ่มขึ้นอีก .5% และ 30 เมษายนเพิ่มอีก 1.5% รวมกันทั้งหมดจะมีน้ำมันสำรองถึง 3% ซึ่งจะขอชะลอออกไปให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้นและสิ่งต่างๆ พวกเรายังได้หารือ จะทำอย่างไรในการที่จะทำให้ ผู้ค้าต่างๆตามมาตรา 7 และรวมกันปล่อยน้ำมัน โดยกันน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาดให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด
"ฉะนั้นทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการมาว่าภายในสัปดาห์นี้ พวกเราคงจะได้เห็นว่าไม่มีสถานีบริการใด ที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ฉะนั้นลูกค้าตามมาตรา 7 จากการเข้าหารือทุกบริษัทรับทราบและจะพยายามปฏิบัติให้ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกบริษัทที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 และทางโรงกลั่นต่างๆ ซึ่งพยายามจะกลั่นให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่น อาจจะกลั่นเกินกว่า 100% และพยายามปล่อยน้ำมันทั้งหมดนี้ ให้กับผู้ค้าตามมาตรา 7 เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายผู้ใช้ได้ใช้อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันขอประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องคนไทยได้รับทราบที่สำคัญอีกส่วนเราจะมีน้ำมันสูตรดีเซล B20 คาดว่าสุดสัปดาห์นี้ ทาง โออาร์และทางบางจาก และทางเชลล์ จะมีน้ำมันสูตรนี้ออกมาให้บริการกับผู้ใช้ทางภาคอุตสาหกรรม โดยขายผ่าน jobber ออกไป จึงแจ้งเพื่อทราบ" นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่มาหาหรือกับลูกค้ามาตรา 7 เราจะให้พ่อค้าตามมาตรา 7 ขายผ่าน jobber ให้เข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งการขายเข้า jobber วันละประมาณ 16 ล้านลิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เกิดการน้ำมันไม่พอ ซึ่งทาง jobber โดยผู้ค้ามาตรา 7 ได้ตัดการขายให้ jobber ยกเว้นบางรายที่ขายให้กับภาคอุตสาหกรรม ตรงนั้นคงขายให้ตามปกติ ส่วนการขาย jobber ทั่วไปประมาณวันนึง 7-8 ล้านหรือหยุดการจำหน่าย ขณะนี้ได้มีการกลับมาจำหน่ายให้ได้ตามปกติ ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการช่วยเหลือให้สถานีบริการไม่ต้องรับโหลดของภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป
"ขอยืนยันอีกครั้ง สำหรับB20 ที่จะมีการออกจำหน่ายในสุดสัปดาห์นี้ ทั้งของเชลล์ โออาร์และบางจาก จะมีจุดจ่าย โดยภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนภาคกลางที่ อ.บางปะอิน จังหวัดสระบุรี และอ.ศรีราชา ฉะนั้นแจ้งให้ทราบ B20 ไม่ได้ขายผ่านสถานีบริการ จะให้ jumber มารับแล้วไปส่งให้กับลูกค้า ขณะที่สมาคมประมงจะช่วยเหลือในเรื่อง B20 ให้ด้วย เพราะขณะนี้น้ำมันเขียวราคาค่อนข้างสูงมาก ซึ่งสมาคมประมง ขอใช้ในส่วนของ B20 โดยนายกรัฐมนตรี ได้หารือและอนุโรมให้กับทางสมาคมประมงได้ใช้ B20 พลางก่อน ซึ่งราคาB20 มีส่วนต่างกับ B7 ลิตรละ 5 บาท ซึ่งในส่วนนี้ รัฐบาลได้หารือกระทรวงพลังงานแล้ว เพราะจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะ B20 ได้มาจากซีพีโอ ซึ่งมาจากปั๊มน้ำมัน ส่วนนี้จะสามารถพยุงราคาปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะปาล์มทลายให้ราคาคงที่ โดยตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป จะเอาน้ำมันส่วนผสมB20 เพื่อเป็นการพยุงราคา ช่วยเหลือเกษตรกร ให้ขายปาล์ทะลายได้ในราคาที่ดีขึ้น
เมื่อถามว่า มีไอ้โม่งได้ประโยชน์จากการกระตุนน้ำมันหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่าขณะนี้จากหน่วยเฉพาะกิจที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอลงตรวจสถานีบริการทุกสถานีบริการและนั่นคือส่วนที่ 1 และในส่วนที่ 2 ตรวจสอบผู้ค้า ในลักษณะที่มีทั้งเก็บ ตามมาตรา 7 และผู้ค้ามาตรา 10 คือ jobber ว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบนอกเหนือจากที่มีการเจอที่จังหวัดอ่างทอง โดยเมื่อวานทราบมีความพยายาม ส่งน้ำมันออกประเทศเพื่อนบ้าน 20,000 ลิตร ซึ่งขณะนี้เราได้มีการตรวจสอบต่อไป จึงยืนยันไม่ได้ ณ เวลานี้ จะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราก็จะทำการตรวจสอบ โดยกระทรวงมหาดไทย และชุดเฉพาะกิจที่มีองค์ประกอบทั้งกระทรวงพลังงานกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งมีดีเอสไอเป็นองค์ประกอบ เข้าตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และอื่นๆ ทั่วไป ทั้งประเทศไทย แต่ถ้าอย่างไรขอให้เพื่อนๆคนไทย หากคิดว่าตรงไหนมีปัญหาหรือสื่อมวลชนคิดว่าจุดไหน มีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งเข้ามาที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อที่จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป


