xs
xsm
sm
md
lg

“เทพไท” ซัด “โสภณ” ชิงปิดสภาหนีญัตติน้ำมัน พลาดโอกาสคลายความเดือดร้อนประชาชน จี้เปิดให้ซักใครกักตุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เทพไท” ชี้ ประธานสภา ชิงปิดสภาหนีถกวิกฤตน้ำมัน พลาดโอกาสใหญ่ คลายความเดือดร้อนประชาชน จี้เปิดสภาซักให้ชัด ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ทำของขาด-ราคาพุ่ง

นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ในระหว่างการอภิปรายของ สส. มีการหยิบยกประเด็นเรื่องราคาน้ำมันแพงและภาวะน้ำมันขาดแคลนขึ้นมาพูดถึง จนนำไปสู่การประท้วงกันในที่ประชุมว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายเทพไท ระบุว่า ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอว่า หลังจากลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายญัตติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาราคาน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลน หรือแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ยังมีสมาชิกจากพรรคประชาชน เสนอเช่นกันว่า ต้องการให้มีการเปิดอภิปรายต่อหลังจากจบวาระเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่เมื่อมีการประกาศผลลงคะแนนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็สั่งปิดประชุมทันที

“จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ไม่รักษาคำพูด ชิงปิดประชุมสภา หนีการเสนอญัตติ หรือการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน” นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท ยังระบุอีกว่า ในฐานะที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาก่อน เห็นว่า หากประธานสภาผู้แทนราษฎรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายญัตติที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตน้ำมัน จะเกิดประโยชน์หลายประการ คือ จะทำให้ประชาชนเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นสถานที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อบ้านเมืองเผชิญวิกฤตหรือปัญหาความเดือดร้อน ก็สามารถใช้เวทีสภาเป็นพื้นที่หาทางออก โดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลักในการนำปัญหาไปแก้ไข

เป็นการเปิดโอกาสให้ สส.ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ในฐานะตัวแทนของประชาชน ได้สะท้อนความคิดเห็นและความเดือดร้อนของประชาชนผ่านที่ประชุมสภา เพื่อให้รัฐบาลรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันแพงและน้ำมันขาดแคลน ซึ่งเกิดขึ้นในต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพมหานครด้วยซ้ำ

ทำให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลมีความใจกว้าง ไม่ได้มุ่งเพียงเร่งให้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วปิดประชุมทันที หากเปิดให้มีญัตติที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนเข้ามาพิจารณาต่อ ก็จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสภาให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างแท้จริง

และรัฐบาลจะสามารถรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนและน้ำมันแพงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยถือเป็นการให้เกียรติตัวแทนของประชาชนด้วย

นายเทพไท กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรรีบปิดประชุมก่อน ไม่เปิดโอกาสให้ตัวแทนของประชาชนได้แสดงความคิดเห็น และอย่างน้อยควรเปิดพื้นที่ให้มีการเคลียร์ปัญหาว่า ใครอยู่เบื้องหลังปัญหาน้ำมันขาดแคลน น้ำมันแพง หรือมี “ไอ้โม่ง” จริงหรือไม่

“เพราะมีการถกเถียงกันว่า ใครคือไอ้โม่ง เมื่อรองนายกรัฐมนตรีออกมากล่าวหา และจะตรวจสอบว่าน้ำมันหายไปไหน ไอ้โม่งคนไหนที่กักตุนน้ำมัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีกลับบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง ส่วนการกักตุนน้ำมันนั้นเป็นเพียงประชาชนกักตุนไว้ใช้เอง” นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท ระบุว่า หากเปิดให้มีการอภิปรายในสภา ก็จะได้มีการซักไซ้ไล่เลียงและนำข้อมูลมายืนยันกันให้ชัดเจนว่า ไอ้โม่งมีจริงหรือไม่ หรือใครคือไอ้โม่ง เพื่อให้สังคมได้รับคำตอบอย่างตรงไปตรงมา