“ณัฐพงษ์” ยันไม่คิดตั้ง รบ. แข่ง เคารพธรรมเนียมจัดตั้งรัฐบาล ชี้ เวทีสภาควรใช้แก้ปัญหาน้ำมันมากกว่าการโหวตนายกฯ พร้อมตั้งคำถามความชอบธรรมรัฐบาล ประกาศเดินหน้าฝ่ายค้าน ตรวจสอบเข้ม-ไม่ให้ประชาชนหมดหวังการเมืองไทย
วันนี้ (19 มี.ค.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อภิปรายก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ขอฝากผ่านประธานสภา ไปยังสมาชิกทุกคน ว่า การประชุมวันนี้ควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากกว่าการโหวตนายกฯ โดยเฉพาะการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันที่กระทบประชาชน
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า การที่พรรคประชาชนเสนอชื่อตนชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีเจตนาจัดตั้งรัฐบาลแข่ง แต่ต้องการยึดหลักการระบบรัฐสภา โดยพรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่งควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน พร้อมระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงเกิดขึ้นตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่ในสภาวันนี้
ทั้งนี้ มองว่า เวทีอภิปรายวันนี้ไม่ใช่เวทีไม่ไว้วางใจ หรือเวทีแสดงวิสัยทัศน์เชิงแข่งขัน แต่เป็นเวทีสะท้อนข้อห่วงใยต่อประเทศ โดยการแก้ปัญหาต้องอาศัยรัฐบาลที่มี “ความชอบธรรม เจตจำนงทางการเมือง และคณะรัฐมนตรีที่เหมาะสม”
ในประเด็นความชอบธรรมของรัฐบาล นายณัฐพงษ์ ตั้งคำถามถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง พร้อมชี้ว่า แม้การจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ ด้วยการกำกับดูแลบุคคลในพรรคอย่างตรงไปตรงมา หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหา
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาล ซึ่งล้วนกระทบปากท้องประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของบุคคลในรัฐบาลกับธุรกิจพลังงานและงานรับเหมาภาครัฐ ว่าอาจเป็นปัจจัยซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้าง
นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชน ยอมรับผลการเลือกตั้ง และขอให้ว่าที่รัฐบาลทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยย้ำว่า วิถีการเมืองของแต่ละฝ่ายอาจแตกต่างกัน แต่ทุกฝ่ายสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้
“ขอให้ประชาชนอย่าหมดความหวัง หากยังร่วมกันตรวจสอบและใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ ประเทศยังเปลี่ยนแปลงได้” นายณัฐพงษ์ กล่าวและว่า แม้ไม่แน่ใจว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ หรือจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่จะเดินหน้าทำหน้าที่เคียงข้างประชาชนต่อไป จนกว่าอำนาจจะถูกส่งคืนสู่ประชาชน


